กระเหรี่ยงเพชรบุรี

เยี่ยมชม (17)

เลขทะเบียน : ELOCAL-PBRU-IMAGE-WL02-5

ผู้สร้าง/เจ้าของ : Kikiboo

หมวดหมู่ : วิถีชีวิต | ชาติพันธุ์

คำสำคัญ : กะเหรี่ยง, ชนกลุ่มน้อย,

ภาษา : tha

ประเภท : Article (บทความ)

รูปแบบ : IMAGE / JPEG

สถานที่จัดเก็บ : https://localphetchaburi.net/e-local

วันที่สร้าง : 2026-03-20

วันที่เผยแพร่ : 2026-03-23

แหล่งที่มา : https://www.facebook.com/KIKIBOO.Official

กรรมสิทธิ์ : ©สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี

ตัวระบุ

https://www.facebook.com/photo/?fbid=921295460787348&set=a.208460662070835

แชร์ไปที่ :

คำอธิบาย/รายละเอียด

          กะเหรี่ยงในจังหวัดเพชรบุรี แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักตามลักษณะการตั้งถิ่นฐานและภาษา คือ ชาวโผล่ง ซึ่งมักอาศัยอยู่ในที่ลุ่มบริเวณแม่น้ำเพชรบุรี และ ชาวจกอฆ์ ที่กระจายตัวอยู่บริเวณต้นน้ำเพชรบุรี แม่น้ำปราณ และแนวชายแดนไทย-เมียนมา. ในอดีตกะเหรี่ยงเมืองเพชรมีสถานะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการปกครองชายแดน โดยปรากฏหลักฐานการดำรงตำแหน่งของ หลวงศรีรักษา นายกองด่านบ้านลิ้นช้าง ซึ่งทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยทางทิศตะวันตก
          พ.ศ. 2407 – 2408 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ชาวกะเหรี่ยงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ชี้แนวเขตชายแดนในการสำรวจเพื่อกำหนดพรมแดนระหว่างสยามและอังกฤษ สะท้อนถึงการเป็นกลุ่มคนที่รู้จักภูมิประเทศอย่างลึกซึ้งและได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลกลาง, พ.ศ. 2455 ปรากฏชื่อชุมชน "บ้านใจแผ่นดิน" ในแผนที่ทหารอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันการตั้งถิ่นฐานของชาวจกอฆ์ในพื้นที่ป่าลึกมานานกว่า 100 ปี
          เนื่องจากเพชรบุรีเป็นที่ตั้งของพระนครคีรีและอยู่ใกล้พระราชวังไกลกังวล ชาวโผล่งในพื้นที่จึงมีความใกล้ชิดกับราชสำนักมากกว่ากะเหรี่ยงกลุ่มอื่น โดยมี พันเอกพระยาสุรพันธ์ (อั้น บุนนาค) เจ้าเมืองเพชรบุรีในขณะนั้น เป็นผู้นำเสด็จและเชื้อพระวงศ์เข้าพื้นที่บ้านป่าเพื่อกิจกรรมล่าสัตว์และพักผ่อน, พ.ศ. 2476 ชาวโผล่งบ้านสองพี่น้องเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ขณะเสด็จประพาสต้นน้ำเพชรบุรี, พ.ศ. 2497 ชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เป็นครั้งแรก
          พ.ศ. 2509 การสร้าง เขื่อนแก่งกระจาน ส่งผลให้น้ำเอ่อท่วมชุมชนชาวโผล่งที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเพชรบุรี ทำให้หลายหมู่บ้านต้องอพยพออกจากถิ่นเดิม, พ.ศ. 2514 รัฐบาลรับรองสิทธิการอยู่อาศัยของชาวจกอฆ์โดยประกาศให้ "บ้านบางกลอยบน" เป็นหมู่บ้านตามกฎหมายปกครอง (หมู่ 7 ตำบลสองพี่น้อง), พ.ศ. 2539 ภายหลังการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน (พ.ศ. 2524) ทางการได้ดำเนินการอพยพชาวจกอฆ์จากใจแผ่นดินและบางกลอยบนลงมาอยู่ที่บ้านบางกลอยล่างและบ้านโป่งลึก โดยจัดสรรที่ดินให้ใหม่ แต่เนื่องจากสภาพดินเป็นหินลูกรังจึงไม่สามารถเพาะปลูกข้าวไร่เพื่อเลี้ยงชีพได้ตามวิถีเดิม
          พ.ศ. 2554 กรมอุทยานแห่งชาติฯ ดำเนินการ "ยุทธการตะนาวศรี" บุกรุกพื้นที่ใจแผ่นดินและบางกลอยบน มีการเผาทำลายบ้านเรือนและยุ้งฉางของชาวกะเหรี่ยงกว่า 100 หลัง พร้อมตั้งข้อหาบุกรุกป่าและมีอาวุธ (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์การเกษตรและปืนแก๊ปล่าสัตว์ดั้งเดิม) นายทัศน์กมล โอบอ้อม (อาจารย์ป๊อด) นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน เป็นผู้เปิดเผยความจริงเรื่องการเผาบ้านชาวบ้านสู่สาธารณะ และทำหน้าที่เป็นตัวแทนทางกฎหมายช่วยเหลือ "ปู่คออี้" (นายโคอิ มีมิ) ฟ้องร้องศาลปกครอง แต่ต่อมาอาจารย์ป๊อดถูกลอบยิงเสียชีวิตในปีเดียวกัน หลังการเสียชีวิตของอาจารย์ป๊อด นายพอละจี รักจงเจริญ (บิลลี่) หลานชายปู่คออี้ซึ่งเป็นแกนนำคนสำคัญคนต่อมา ได้ถูกบังคับสูญหายไปในพื้นที่อุทยานฯ เมื่อปี พ.ศ. 2557
          ในเวลาต่อมา ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาเป็นบรรทัดฐานสำคัญว่า "ใจแผ่นดิน" คือชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม และชี้ว่าการที่เจ้าหน้าที่เผาบ้านและยุ้งฉางของชาวบ้านเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ แม้การต่อสู้จะแลกมาด้วยความสูญเสีย แต่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ได้ถูกรับรองว่าชาวกะเหรี่ยงเมืองเพชรคือกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีตัวตนและมีสิทธิ์ในฐานะผู้บุกเบิกและรักษาผืนป่าแห่งนี้มาอย่างยาวนาน
          สิ่งที่เศร้าที่สุดคือการที่กลุ่มคนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น "ผู้ชี้แนวเขตแดน" ให้รัฐไทย และเคยถวายงานใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท กลับถูกตีตราว่าเป็น "ผู้บุกรุก" ในเวลาต่อมา. ทั้งที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และแผนที่ทหารยืนยันการมีอยู่ของชุมชนมานานกว่าร้อยปี แม้ในท้ายที่สุดศาลปกครองสูงสุดจะพิพากษาว่า "ใจแผ่นดินคือชุมชนดั้งเดิม" แต่คำพิพากษานี้มาช้าเกินไปสำหรับหลายคน ปู่คออี้ เสียชีวิตลงโดยที่ไม่มีโอกาสได้กลับไปตายที่บ้านเกิดตามวิถีความเชื่อ และชาวบ้านหลายคนก็ยังไม่สามารถกลับไปทำกินในที่ดินเดิมได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม ชัยชนะนี้จึงไม่ต่างชัยชนะจากบนกองซากปรักหักพัง กลายเป็นบาดแผลทางประวัติศาสตร์ที่มีบทเรียนราคาแพงของสังคมไทยในการจัดการทรัพยากรที่ขาดการมองเห็น "คน" และ "ประวัติศาสตร์ชุมชน" อย่างรอบด้าน
 
ที่มา
สถาพร พงษ์พิพัฒน์วัฒนา. (2564). บันทึกลับจาก 'บางกลอย' ปฐมบทการต่อสู้ของ 'กะเหรี่ยงแก่งกระจาน. The 101 World, 26 มกราคม 2564, เข้าถึงเมื่อ 19 มีนาคม 2569, https://www.the101.world/bang-kloi/.
วุฒิ บุญเลิศ. (2545), เมื่อกะเหรี่ยงสวนผึ้งลุกขึ้นพูด, (กรุงเทพฯ: โครงการเผยแพร่ความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ, 2545), หน้า 59-60.
บันทึกการตรวจราชการ รศ.120 น. 21, 25 พระยาวรเดชศักดาวุธ (เจ็ก) จารุจินดา ข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลราชบุรี
Bock, Carl. (1884). Temples and Elephants: The Narrative of a Journey of Exploration Through Upper Siam and Lao. London: Low, Marston, Searle, and Rivington, 1884.
ไฟล์รูปภาพ
ELOCAL-PBRU-IMAGE-WL02-5/P-1

เงื่อนไขการใช้ข้อมูล

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นหน่วยงานทางการศึกษาไม่แสวงหาผลกำไร - ใช้สำหรับการศึกษา ค้นคว้า วิจัยเท่านั้น
ข้อมูลติดต่อ

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี

38 ม.8 ต.นาวุ้ง อ.เมือง จ.เพชรบุรี 76000

https://arit.pbru.ac.th

library_office@mail.pbru.ac.th

032-708609

www.facebook.com/LibArit

Library@Pbru


สถานที่ตั้ง

© 2025 สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี