พบหลักฐาน “ป้อมหัวลูกศร” สมัยอยุธยาตอนปลาย กรมศิลปากรขุดแนวกำแพงเมืองเพชรบุรี ระยะที่ ๒

เยี่ยมชม (15)

เลขทะเบียน : ELOCAL-PBRU-APPLICATION-IP09-26

ผู้สร้าง/เจ้าของ : อุดมเดช เกตุแก้ว

หมวดหมู่ : สถานที่ | แหล่งโบราณคดี

คำสำคัญ : กำแพงเมืองเก่าเพชรบุรี, ป้อมหัวลูกศร, ศาลหลักเมืองเก่าเพชรบุรี, ไร่ทองพูน

ภาษา : tha

ประเภท : Image (รูปภาพ)

รูปแบบ : APPLICATION / DOC / DOCX

สถานที่จัดเก็บ : https://localphetchaburi.net/e-local

วันที่สร้าง : 2026-05-20

วันที่เผยแพร่ : 2026-05-21

แหล่งที่มา : อุดมเดช เกตุแก้ว. (2569.) พบหลักฐาน “ป้อมหัวลูกศร” สมัยอยุธยาตอนปลาย กรมศิลปากรขุดแนวกำแพงเมืองเพชรบุรี ระยะที่ ๒. สืบค้นเมื่อ 21 พ.ค. 2569 จาก https://www.facebook.com/xudm.dech.ketu.k.w

กรรมสิทธิ์ : ©สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี

ตัวระบุ

https://www.facebook.com/xudm.dech.ketu.k.w/posts/pfbid0YBJpAXsm891UfSbA7P93H57VxMeW4ZpFkM9vAdW3TZhAFyKWwXp9HuXXKzEQ4B7Cl

แชร์ไปที่ :

คำอธิบาย/รายละเอียด

(ข้อเขียนเมื่อปี พ.ศ. 2564)
          นักโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี ดำเนินการขุดตรวจสอบทางโบราณคดีแนวกำแพงเมืองเก่าเพชรบุรี ถนนสูงข้าง รร.เซนต์โยเซฟฯ ระยะที่ ๒ พบหลักฐานแนวอิฐโบราณเพิ่มเติมจากการขุดรอบแรก สันนิษฐานว่าเป็น “ป้อมหัวลูกศร” สมัยอยุธยาตอนปลายยุคสมเด็จพระนารายณ์ฯ
           สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี ได้รับงบประมาณจากอธิบดีกรมศิลปากรให้ดำเนินโครงการขุดตรวจสอบทางโบราณคดีแนวกำแพงเมืองเก่าเพชรบุรี บริเวณไร่ทองพูนติดกับถนนสูงข้าง รร.เซนต์โยเซฟฯ หมู่ ๓ บ้านไร่อ้อย ต.ช่องสะแก อ.เมือง จ.เพชรบุรี ปรากฏว่าจากการขุดลึกลงไปใต้ผิวดินประมาณ ๑ – ๒ เมตร พบหลักฐานเป็นแนวอิฐโบราณก่อเรียงตัวลักษณะเป็นกำแพงมีขนาดความกว้าง ๑ เมตร และขนาดกว้าง ๕๐ เซนติเมตร สันนิษฐานว่าชั้นฐานของป้อมปราการที่เป็นส่วนหนึ่งของกำแพงเมืองเพชรบุรีด้านทิศตะวันออก
          นางจิรนันท์ คอนเซพซิออน นักโบราณคดีชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี กรมศิลปากร กล่าวว่า ภายหลังทำการขุดสำรวจระยะแรกเสร็จสิ้น ทีมนักโบราณคดีได้ทำรายงานส่งอธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้ เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่ได้มีการขุดสำรวจตรวจสอบด้านโบราณคดีเรื่องกำแพงเมืองเพชรบุรีมาก่อน จึงถือว่าเป็นข้อมูลใหม่ที่ทางอธิบดีกรมศิลปากรให้ความสนใจและให้การสนับสนุน โดยในปีนี้ได้รับงบประมาณจากกองทุนโบราณคดี จำนวน ๕ แสนบาท ทำการขุดสำรวจระยะที่ ๒ เริ่มต้นทำงานตั้งแต่วันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา เป็นระยะเวลาทำงานประมาณ ๑ เดือน นอกจากการขุดตรวจสอบเพิ่มเติมในพื้นที่บริเวณดังกล่าวแล้ว ยังได้ขุดสำรวจบริเวณศาลหลักเมืองเก่าเพชรบุรี เพื่อค้นหาความสัมพันธ์กับพื้นที่บริเวณแนวกำแพงเมืองเพชรบุรี
           “การดำเนินการระยะที่ ๒ มีการขุดตรวจชั้นดินทางโบราณคดีบริเวณศาลหลักเมืองเก่าเพชรบุรี พบโบราณวัตถุบริเวณชั้นดินต่าง ๆ ปรากฏว่าพื้นดินบริเวณกลางเมืองจะพบปัญหาเรื่องการรบกวนของคนที่ใช้งานในยุคปัจจุบัน ข้อมูลที่ได้อาจจะมีการแปรผล หรือผิดเพี้ยนอยู่บ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้รับคำแนะนำจากสถาบันนิวเคลียร์แห่งชาติ เรื่องการตรวจหาค่าอายุของตัวอย่างจากชั้นดินด้วยวิธี OSL ใช้หลักการการโดนแสงครั้งสุดท้าย หมายความว่าชิ้นส่วนโบราณวัตถุที่อยู่ในชั้นดินวัฒนธรรมเดียวกันกับศาลหลักเมืองจะมีอายุประมาณเท่าไร ทางคณะได้ทำการจัดเก็บตัวอย่างชั้นดินทางบริเวณศาลหลักเมืองเก่าเพชรบุรี และบริเวณแนวกำแพงเมืองเพชรบุรีไปหาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ นำข้อมูลมาเปรียบเทียบหาความเชื่อมโยงกัน”
          นางจิรนันท์ หัวหน้าทีมขุดค้นโบราณคดี กล่าวต่ออีกว่า ส่วนการขุดค้นสำรวจระยะที่ ๒ บริเวณที่ดินติดกับไร่ทองพูนบริเวณถนนสูงแนวกำแพงเมืองเพชรบุรีด้านทิศตะวันออก นักโบราณคดีพร้อมทีมงานได้ดำเนินการขุดตรวจสอบจำนวน ๔ หลุม เป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์ภายใต้การดูแลของ อบต.ช่องสะแก พบหลักฐานเป็นแนวอิฐก่อเรียงขนาดความกว้าง ๑ เมตร ความยาวประมาณ ๑๙ เมตร ทำมุม ๔๕ องศากับแนวถนนกำแพงเมือง และแนวอิฐก่อเรียงขนาดความกว้าง ๕๐ เซนติเมตร ทั้งแนวตั้งและแนวนอนขนานกับถนนกำแพงเมือง เป็นโครงสร้างการก่ออิฐที่เชื่อมโยงกับแนวอิฐเดิมที่ขุดค้นในระยะที่ ๑ มีลักษณะสมมาตรกัน สันนิษฐานได้ว่าแนวอิฐก่อเรียงโบราณที่พบคือ ชั้นฐานของป้อมหรือหอสังเกตุการณ์ที่เชื่อมต่อกับแนวกำแพงเมืองเพชรบุรีด้านทิศตะวันออก
           “ลักษณะแนวอิฐก่อเรียงโบราณที่ค้นพบในการขุดสำรวจระยะที่ ๑ และระยะที่ ๒ เป็นแนวอิฐก่อเป็นรูป ๕ เหลี่ยมเหมือนทรงบ้าน พอที่จะระบุได้ว่าเป็น ป้อมรูปหัวลูกศร มีเอ็นหรือโครงสร้างก่ออิฐเสริมความมั่นคงส่วนฐานราก ลักษณะแนวนอนจำนวน ๒ แนว และแนวตั้งจำนวน ๑ แนว ได้ทำการถ่ายภาพมุมสูงพร้อมทั้งวัดขนาดความกว้างและความยาว เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปเขียนเป็นแปลนโบราณสถานต่อไป นอกจากนี้ได้ทำการเก็บรวบรวมตัวอย่างชิ้นวัตถุที่ได้จากการขุดค้นและตัวอย่างดินเพื่อนำไปหาค่าอายุ”
           หัวหน้ากลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากการสืบค้นข้อมูลจากคำบอกเล่ารวมถึงเอกสารท้องถิ่น ระบุว่าบริเวณถนนเส้นนี้เดิมเป็นแนวอิฐกำแพงเมืองเพชรบุรี แต่ละด้านมีป้อมปราการ และชื่อบ้านหรือวัดที่เกี่ยวข้อง เช่น วัดป้อม บ้านหัวป้อม แต่ว่าหลักฐานเชิงประจักษ์ยังไม่ปรากฏพบเห็น จนกระทั่งทางกรมศิลปากรได้มาดำเนินการขุดสำรวจเมื่อปี ๒๕๖๓ จึงเป็นหลักฐานใหม่และเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่า มีป้อมที่เชื่อมต่อกับแนวกำแพงเมืองเพชรบุรี จากข้อมูลหลักฐานที่ค้นพบได้ตั้งสมมติฐานว่า เป็นป้อมที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย ราวในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช รูปแบบลักษณะของป้อมที่พบเทียบเคียงกับป้อมรูปหัวลูกศรพบที่จังหวัดลพบุรี และพบที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
           “ขณะเดียวกันในการขุดสำรวจระยะที่ ๑ เมื่อปี ๒๕๖๓ ได้นำก้อนอิฐไปตรวจหาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ ปรากฏว่ามีอายุมากถึง ๖๐๐ กว่าปี สมัยอยุธยาตอนต้น จุดนี้ยังหาคำอธิบายที่ชัดเจนยังไม่ได้ว่าทำไมถึงไม่ตรงกับข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นป้อมสมัยอยุธยาตอนปลาย ว่าจะเกิดขึ้นจากเนื้อวัสดุ หรือวิธีการเก็บรักษาที่อาจจะให้เกิดข้อผิดพลาดในการตรวจหาค่าอายุ ด้วยเหตุนี้การดำเนินการระยะที่ ๒ จึงนำตัวอย่างชั้นดินไปตรวจหาค่าอายุอีกทางหนึ่ง เป็นการตรวจสอบ ๒ ทาง เพื่อเป็นการสอบทานข้อมูลให้ถูกต้องและชัดเจนมากที่สุด”
           นางจิรนันท์ กล่าวอีกว่า ส่วนแนวทางการบูรณะได้เคยนำเสนอกับที่ประชุมคณะกรรมการระดับจังหวัดไว้ว่า การดำเนินการต้องอาศัยหลักการทางด้านวิทยาศาสตร์และการออกแบบสถาปัตยกรรม เนื่องจากอิฐเก่าที่ทำการขุดสำรวจเมื่อโดนแสงแดด ฝน และความชื้น ทำให้อิฐเสื่อมสภาพ ซึ่งจะต้องมีวิธีการอนุรักษ์เพื่อให้รักษาสภาพให้มีความแข็งแรง รวมถึงต้องมีตัวอาคารปกป้องโบราณสถานกรณีที่จะต้องมีการเปิดชั้นดินให้เห็นสภาพของโบราณสถานทั้งหมด หรือการทำแบบจำลองบนผิวดินเพื่อสะดวกต่อการชมและการดูแลรักษา ในเรื่องของการบูรณะทางกรมศิลปากรยินดีและพร้อมที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในการบูรณะ แต่สิ่งที่ยังเป็นกังวลคือเรื่องการบริหารจัดการ รวมถึงการดูแลหลังจากที่กรมศิลปากรเข้ามาทำการบูรณะเป็นที่เรียบร้อย อยากให้จังหวัดและท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ โดยหลังจากนี้จะทำการปิดหลุมเป็นการชั่วคราว พร้อมสรุปรายงานผลการดำเนินการเสนอต่ออธิบดีกรมศิลปากรต่อไป
ไฟล์รูปภาพ
ELOCAL-PBRU-APPLICATION-IP09-26/P-1
ELOCAL-PBRU-APPLICATION-IP09-26/P-2
ELOCAL-PBRU-APPLICATION-IP09-26/P-3
ELOCAL-PBRU-APPLICATION-IP09-26/P-4
ELOCAL-PBRU-APPLICATION-IP09-26/P-5
ELOCAL-PBRU-APPLICATION-IP09-26/P-6
ELOCAL-PBRU-APPLICATION-IP09-26/P-7
ELOCAL-PBRU-APPLICATION-IP09-26/P-8
ELOCAL-PBRU-APPLICATION-IP09-26/P-9
ELOCAL-PBRU-APPLICATION-IP09-26/P-10
ELOCAL-PBRU-APPLICATION-IP09-26/P-12
ELOCAL-PBRU-APPLICATION-IP09-26/P-13
ELOCAL-PBRU-APPLICATION-IP09-26/P-14
ELOCAL-PBRU-APPLICATION-IP09-26/P-15
ELOCAL-PBRU-APPLICATION-IP09-26/P-16
ELOCAL-PBRU-APPLICATION-IP09-26/P-17

เงื่อนไขการใช้ข้อมูล

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เป็นหน่วยงานสนับสนุนทรัพยกรการเรียนรู้เพื่อการศึกษา วิจัย ไม่แสวงหาผลกำไร - ใช้สำหรับการศึกษา ค้นคว้า และการวิจัยเท่านั้น
ข้อมูลติดต่อ

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี

38 ม.8 ต.นาวุ้ง อ.เมือง จ.เพชรบุรี 76000

https://arit.pbru.ac.th

library_office@mail.pbru.ac.th

032-708609

www.facebook.com/LibArit

Library@Pbru


สถานที่ตั้ง

© 2025 สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี