โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพพื้นที่เขานางพันธุรัต อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ประวัติ
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 แท่งหินซึ่งเรียกว่า “โกศนางพันธุรัต” ได้เกิดพังทลายลงมารวมเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ เนื่องจากช่วงเวลานั้นฝนได้ตกลงมาหนักและต่อเนื่อง และวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2539พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งผ่านเทือกเขาเจ้าลายใหญ่ (เขานางพันธุรัต) ทรงมีพระราชดำรัสถามถึงรายละเอียดการระเบิดหินและพระองค์ได้ทรงรับสั่งว่า “...ใครเป็นเจ้าของการระเบิดภูเขาจะขอให้ยกเลิกการระเบิดได้ไหม อยากรักษาโกศนางพันธุรัตไว้...”
พระราชดำริ
เมื่อปี พ.ศ. 2541 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริ “...ให้อนุรักษ์พื้นที่บริเวณเขานางพันธุรัตไว้เป็นมรดกของชาติเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาถึงตำนานที่ได้เล่าสืบต่อกันมาเกี่ยวกับนางพันธุรัตในวรรณคดีเรื่องสังข์ทองซึ่งเป็นวรรณกรรมอันทรงคุณค่ายิ่งต่อประเทศไทย...”
ที่ตั้ง
โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพพื้นที่เขานางพันธุรัตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
การดำเนินงาน
การดำเนินงานเพื่อบริหารโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่เขานางพันธุรัตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้เป็นไปตามพระราชดำริ ได้จัดให้มีคณะกรรมการทำหน้าที่บริหาร โดยมีจังหวัดทหารบกเพชรบุรีเป็นหน่วยงานประสานงานโครงการ ในการดำเนินงานในการจัดทำแผนแม่บทพิจารณาในภาพรวมของกรอบแผนและแผนรายปี ซึ่งแต่ละหน่วยที่เสนอจะต้องสอดคล้องกับเป้าหมาย กลยุทธ์และตอบสนองต่อเป้าหมายของแผน โดยได้มีแผนดำเนินการตอบสนองพระราชดำริ ซึ่งประกอบด้วยหลักสำคัญๆ ดังนี้
- การกำหนดขอบเขตของพื้นที่โครงการที่ชัดเจน
- การอนุรักษ์ให้มั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงธรรมชาติ
- การศึกษาการเปลี่ยนแปลงปฏิกิริยาของสีหิน
- การศึกษาเกี่ยวกับการไหลของน้ำ
- การศึกษาการถล่มของหิน
- การอนุรักษ์เหมือนหินปูน เขามันหมู และเขาถ้ำโหว่
- การปลูกต้นไม้ริมทาง
- การประชาสัมพันธ์โครงการ
การดำเนินงานของโครงการแบ่งออกเป็นด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้
1) ด้านการฟื้นฟูสภาพธรรมชาติ
- การปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูสภาพป่า โดยได้จัดเรือนเพาะชำ เน้นไม้พื้นถิ่นเป็นสำคัญจำนวน 10,000 ต้นต่อปี
- ดำเนินการสำรวจพื้นที่เพื่อกำหนดแนวเขตวนอุทยานโดยมีลักษณะที่สอดคล้องกับธรรมชาติ
2) ด้านการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
- ฝึกอบรมเยาวชนและนักเรียนให้มีความรู้ความเข้าใจในการอนุรักษ์เขานางพันธุรัต
- การศึกษาสำรวจสภาพป่าไม้ สัตว์ป่า และทรัพยากรธรรมชาติที่ควรแก่การอนุรักษ์
- การจัดทำและปรับปรุง ถนนและเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
- การจัดแหล่งเก็บกักน้ำ
- การวางระบบไฟฟ้าในพื้นโครงการ และบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
- การศึกษาวิจัยเพาะพันธุ์สาหร่าย และผลกระทบจากการใช้สารเคมีต่อการเร่งปฏิกิริยาการเปลี่ยนสีของหิน
3) ด้านการบริหารจัดการ
- การรณรงค์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยการจัดทำฐานข้อมูล ข่าวสาร เพื่อเผยแพร่ต่อสื่อมวลชนในลักษณะของความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งในปี พ.ศ. 2548 มีนักท่องเที่ยวจำนวน 23,257 คน
- การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในท้องถิ่นในการเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ แนวทางและกิจกรรมในการดำเนินงานโครงการ
- ทำการศึกษาการเจริญเติบโตของสาหร่ายแกมเขียวว่า เจริญเติบโตได้ไม่ดีและจะหยุดชะงักหรือไม่สามารถเจริญเติบโตได้อีกในช่วงฤดูแล้ง หรือถ้ามีต้นไม้โตเร็วมาบังจะทำให้สามารถเจริญเติบโตได้อีก ส่วนสีที่นำมาใช้ในการเปลี่ยนสีหิน ผลการศึกษาพบว่าไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เมื่อดำเนินโครงการแล้วเสร็จจะทำให้เกิดความสมดุลของสภาพธรรมชาติ ที่เป็นแหล่งเรียนรู้การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อันนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยคงความสมดุลของธรรมชาติ อีกทั้งยังลดปัญหาการบุกรุกที่ดิน และการล่าสัตว์อีกด้วย
ผลการดำเนินงาน
- ประกาศจัดตั้งวนอุทยานเขานางพันธุรัตโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 เนื้อที่ 1,562 ไร่ และนำพันธุ์ไม้ประมาณ 4,000-5,000 ต้น ปลูกบริเวณพื้นที่ที่เกิดการถล่ม
- ปลูกต้นไม้กระถินยักษ์ให้เป็นพืชคลุมดินและดูแลให้เจริญเติบโต และลำเลียงดินบรรจุใส่ถุงปูนซีเมนต์ จำนวน 4,500 ถุง เมล็ดพันธุ์ไม้ (กระถินยักษ์ สีเสียด ขี้เหล็ก) เมล็ดพืชคลุ่มดิน (ถั่วไมยรา) และถั่วยักษ์ฮามาต้า ผสมดินแล้วไปโปรยในพื้นที่
- ปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหามหาราชินี เมื่อปี พ.ศ. 2542 พร้อมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์ริมถนนเพชรเกษม โดยนำต้นไทรปลูกตามซอกหินพังทลาย รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในท้องถิ่นให้มีการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในจังหวัดเพชรบุรี
นอกจากนั้นการดำเนินงานและฟื้นฟูสภาพธรรมชาติของเขานางพันธุรัตได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี