โครงการอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร (2537) ต.ห้วยทรายเหนือ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

ประวัติความเป็นมา :

          ด้วยเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2537 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้มีพระราชดำริกับนายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการ กปร. ให้จัดหาพื้นที่ทดลองปลูกและฟื้นฟูป่าชายเลนได้มีพระราชดำริกับท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ให้หาทางฟื้นฟูสภาพเสื่อมโทรมและมีคราบเกลือ

          จากพระราชดำริทั้ง 2 ดังกล่าว ได้มี 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริและมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวันในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าภคนีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพัณณวดี ร่วมกันจัดตั้งอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร (The Sirindhorn International Environmental Park) ขึ้น และน้อมเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสที่เจริญพระชนมายุครบ 48 พรรษา ในปี พ.ศ. 2546

          การดำเนินงานของอุทยานฯ มีเป้าหมายให้เป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต ที่มีแหล่งเรียนรู้ที่จัดให้มีขึ้น ประกอบด้วย แหล่งเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมแหล่งเรียนรู้ด้านการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การฟื้นฟูป่าชายเลน การฟื้นฟูป่าชายหาด การป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และอุทยานฯ ยังได้รับรองให้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ในภูมิภาคในการจัดการการศึกษาเพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืนในนาม “ศูนย์การเรียนรู้ในภูมิภาค: ชะอำ หรือ “RCE cha-am (Regional Center of Expertise) จากมหาวิทยาลัยสหประชาชาติ

 

พระราชดำริ :

          เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2537 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้พระราชทานพระราชดำริ ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน โดยสรุปคือ “เพื่อให้นิเวศวิทยาป่าชายเลนกลับคืนสู่ธรรมชาติ” เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2537 ได้พระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติมในการ “ศึกษาหาวิธีที่ดูแลรักษาให้ต้นไม้ชายเลนที่ปลูกไว้นี้ให้อยู่รอดและดำเนินการปลูกเพิ่มอีกต่อไป” และได้รับสั่งกับ พ.ต.อ.ดิเรก พงษ์ภมร ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้ปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ที่เหลืออยู่และทำการติดป้ายไว้ทั้งสองแห่ง ในพื้นที่บางกราน้อย และบางกราใหญ่

          เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2541 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงจักรยาน และทรงวิ่งออกกำลังพระวรกายบริเวณค่ายพระรามหก ได้ทอดพระเนตรสภาพดินและพื้นที่รกร้างและมีคราบเกลือบนดิน ต่อมาได้พระราชทานพระราชดำริกับท่านผู้หญิงบุตรีวีระไวทยะ ให้หาทางฟื้นฟูดินเสื่อมโทรมบริเวณดังกล่าว (บริเวณโครงการที่จะดำเนินโครงการอุทยานแห่งชาติฯ) ให้กลับเป็นพื้นที่สีเขียวและมีความสวยงามตามธรรมชาติ เพื่อใช้เป็นพื้นที่นันทนาการและเป็นพื้นที่สำหรับศึกษาระบบนิเวศน์ ที่ได้รับการปรับปรุงพื้นที่แล้ว เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ.2543 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระอนุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธยมาเป็นชื่อของโครงการ “อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร” ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ป่าชายเลนตามพระราชดำริด้วย

 

ที่ตั้ง :

          พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ตำบลห้วยทรายเหนือ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

 

การดำเนินงาน :

       การดำเนินการของอุทยานฯ มีเป้าหมายที่จะให้อุทยานฯ เป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิตเพื่อเป็นสถานที่เผยแพร่พระเกียรติคุณและพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทั้งทางด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางสังคม เช่น ประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมรวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์ศึกษาการเรียนรู้ในภูมิภาค เผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการ รวมทั้งการจัดกิจกรรมฝึกอบรมเพื่อพัฒนามนุษย์เกี่ยวกับพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเชื่อมโยงกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งภายในและต่างประเทศ กับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

          แหล่งเรียนรู้ที่จัดขึ้นประกอบด้วยแหล่งเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม แหล่งเรียนรู้ด้านการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การฟื้นฟูป่าชายเลน การฟื้นฟูป่าชายหาด และป่าบก การป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ระบบบำบัดน้ำเสียแบบควบรวมบึงประดิษฐ์ และการดูนกทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ

          ทางด้านกิจกรรมเพื่ออนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สำหรับเอกชนและประชาชนประกอบด้วย การจัดค่ายการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ค่ายอบรมลูกเสือเพื่อสิ่งแวดล้อม และค่ายสิ่งแวดล้อมนานาชาติ และกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

 

ผลการดำเนินงาน :

          ผลการดำเนินงานของอุทยานฯ มีดังต่อไปนี้

          1) เป็นการเผยแพร่เกียรติคุณ และพระปรีชาสามารถของพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและฟื้นฟูธรรมชาติ

          2) แหล่งท่องเที่ยวและเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติทั้งการอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติ

          3) เป็นศูนย์การเรียนรู้ทางด้านสิ่งแวดล้อมทั้งระดับชาติและนานาชาติ

 

          จากภารกิจของอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ดังกล่าว ทำให้มีผู้เข้าเยี่ยมชม ฝึกอบรม และสัมมนาจำนวนมาก ในช่วงปี พ.ศ. 2553 – พ.ศ.2555 มีจำนวนถึง 89,557 คน และ 60,991 คน ตามลำดับ (เฉพาะปี พ.ศ. 2555 ข้อมูลถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2555)

 

หน่วยงานที่รับผิดชอบ : มูลนิธิอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร อื่น ๆ