คำอธิบาย/รายละเอียด
พ.ศ. ๒๕๖๑ สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี ได้รับแจ้งว่ามีการพบร่องรอยแนวอิฐโบราณในบริเวณพื้นที่ตำบลช่องสะแก ริมถนนหลังโรงเรียนเซนต์โยเซฟ จึงมอบหมายกลุ่มโบราณคดีสำรวจพื้นที่ดังกล่าว หลังการตรวจสอบพื้นที่ซึ่งถูกไถปรับพื้นที่พบร่องรอยแนวอิฐสอปูน ก่อเป็นชั้น ๆ ประมาณ ๖ ชั้น สูง ๕๐ เซนติเมตร มีก้อนศิลาแลงแทรกบางชั้น ซึ่งจากการตรวจสอบเอกสารเก่าพบว่าบริเวณนี้เป็นส่วนหนึ่งของกำแพงเมืองเพชรบุรีด้านทิศตะวันออก สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี จึงประสานท้องถิ่นเพื่อจะได้ประสานเจ้าของผู้ครอบครองแจ้งถึงความสำคัญของโบราณสถาน
ต่อมาในเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๖๓ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรีได้เข้าพบ และชี้แจงทำความเข้าใจกับเจ้าของผู้ครอบครองโดยขอให้เว้นพื้นที่สำหรับการขุดตรวจสอบทางโบราณคดีเพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการดำเนินการซึ่งการเจรจาเป็นไปได้ด้วยดี และมีการนำสำรวจพื้นที่เพื่อชี้ร่องรอย
บริเวณพื้นที่นี้เป็นแปลงที่ดินขนาดประมาณ ๓๐ ไร่ อยู่ในความครอบครองของเอกชน (ครอบครัวบุญวานิช) ข้อมูลจากการสัมภาษณ์เพิ่มเติมทราบว่าเคยใช้ประโยชน์เป็นที่ให้เช่าทำนามาแต่เดิมในราว พ.ศ. ๒๕๓๐ ต่อมากลายเป็นพื้นที่รกร้าง ปัจจุบันราว พ.ศ. ๒๕๖๐ เจ้าของจึงได้เริ่มทำโครงการแปลงเกษตรผสมผสาน ตำแหน่งที่กำหนดเป็นพื้นที่ขุดตรวจอยู่บริเวณริมถนน มุมด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของแปลงที่ดิน ซึ่งพบแนวก่ออิฐหนา ๑ เมตรบริเวณผิวดิน ส่วนบริเวณพื้นที่ด้านทิศใต้ติดกับตำแหน่งหลุมขุดตรวจ พื้นที่ดินถมสูงกว่าประมาณ ๑ เมตร มีสภาพรกร้างเสื่อมโทรมจากการทิ้งขยะ
สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี ได้ขอรับการจัดสรรงบประมาณจากกรมศิลปากรและได้รับอนุมัติงบประมาณโครงการบูรณะโบราณสถานฉุกเฉินเร่งด่วน จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาทเพื่อดำเนินการขุดตรวจทางโบราณคดีในขนาดพื้นที่กว้างยาวด้านละ ๑๐ เมตร ต่อมาได้พบหลักฐานเพิ่มเติมจึงขยายพื้นที่ออกไปอีกเป็นขนาดกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๐ เมตร การขุดตรวจทางโบราณคดีได้เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ผลการขุดตรวจตลอด ๒๗ วัน พบร่องรอยหลักฐานสิ่งก่อสร้างที่สันนิษฐานว่าเป็นส่วนหนึ่งของ “ป้อม” ที่ยื่นออกมาจากแนวกำแพงและวางตัวเอียง ๔๕ องศา มีขนาดความยาวรวมไม่ต่ำกว่า ๒๐ เมตร หนาประมาณ ๑ เมตร มี “เอ็น” (โครงสร้างส่วนเสริมความมั่นคงส่วนฐานราก) ขนาดความหนา ๕๐ เซนติเมตร จำนวน ๒ แนว สำหรับหลักฐานอื่น ๆ ที่ได้จากการขุดตรวจพบเศษภาชนะดินเผาจำนวนหนึ่ง ส่วนใหญ่เป็นภาชนะดินเผาเนื้อดิน (ร้อยละ ๗๒.๑๘) ที่เหลือเป็นเศษภาชนะดินเผาเนื้อแกร่งซึ่งเป็นภาชนะดินเผาที่ผลิตภายในประเทศ และเศษเครื่องถ้วยจีน ซึ่งมีขนาดเล็กจนไม่สามารถหาต้นแบบแหล่งเตาและอายุโดยประมาณได้ โดยเครื่องถ้วยจีนที่พบมีทั้งเคลือบเขียว เคลือบขาว และเขียนลายครามซึ่งพบเพียง ๒๐ ชิน (ร้อยละ ๒.๑๕) การขุดตรวจครั้งนี้จำเป็นต้องหยุดดำเนินการเนื่องจากส่วนของป้อมพบหลักฐานไปจนสุดริมรั้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ของเอกชนรายอื่น...
ไฟล์รูปภาพ
ELOCAL-PBRU-APPLICATION-IP09-4/P-1
ELOCAL-PBRU-APPLICATION-IP09-4/P-2
ไฟล์เอกสาร
ELOCAL-PBRU-APPLICATION-IP09-4/F-1
เงื่อนไขการใช้ข้อมูล
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นหน่วยงานทางการศึกษาไม่แสวงหาผลกำไร - ใช้สำหรับการศึกษา ค้นคว้า วิจัยเท่านั้น