นายประสม สุสุทธิ
ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ สาขาวิชาศิลปะศาสตร์ สายศิลปกรรม และประยุกต์ศิลป์ โปรแกรมวิชาศิลปกรรมในปีการศึกษา 2537 จากสถาบนราชภัฎเพชรบุรี จากผลงานทีประจักษ์ชัดแก่วงการศึกษา วิชาการ วงการช่างฝีมือ เป็นศิลปินและครูช่างที่มีความสามารถด้านการแทงหยวกที่มีชื่อเสียงของประเทศ เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีความสำคัญยิ่งต่อท้องถิ่น จังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ ตลอดจนได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจากหน่วยงานและสถาบันต่างๆ สมควรยึดถือเป็นแบบอย่างของปูชนียบุคคล
ปริญญา
ปริญญากิตติมศักดิ์ สาขาวิชาศิลปะศาสตร์ สายศิลปกรรมและประยุกต์ศิลป์ โปรแกรมวิชาศิลปกรรม
ชีวิตครอบครัว
เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2465 อยู่บ้านเลขที่ 1 ถนนบันไดอิฐ ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี เป็นบุตรคนโตของ นายประเสริฐ และนางทองดี สุสุทธิ เป็นชาวเพชรบุรีโดยกำเนิด มีพี่น้องร่วมบิดามารดาทั้งสิ้น 8 คน สมรสกับนางพะนอ เขมศรี เมื่อปี พ.ศ.2465 มีบุตรชาย 8 คน
ประวัติการศึกษา
เริ่มเรียนหนังสือเมื่อปี พ.ศ. 2470 กับครูเย็น อยู่บริเวณหน้าวัดมหาธาตุวรวิหาร ในปี พ.ศ. 2471 จึงเข้าเรียนที่โรงเรียนตัวอย่างประจำจังหวัดเพชรบุรี วัดคงคาราม ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1– ม.8 (แผนกพาณิชยการ) ต่อมาในปี พ.ศ.2481–2483 ได้ศึกษาวิชาการตรวจบัญชีชั้นสูงจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จนถึงชั้นปีที่ ๓ ขณะนั้นก็ได้เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพาขึ้น จึงไม่ได้ศึกษาต่อในปีสุดท้ายของหลักสูตร นายประสม สุสุทธิ มีความรักและหลงใหลในศิลปะการวาดเขียนมาตั้งแต่เยาว์วัย ทั้งนี้เนื่องจากบรรพบุรุษ คือ คุณปู่เป็นช่างปั้นแกะสลัก คุณพ่อเป็นช่างเหล็ก คุณตาเป็นช่างเขียน ท่านจึงได้รับการถ่ายทอดงานศิลปะมาทางสายโลหิตประการหนึ่ง นอกจากนี้ ท่านยังเคยอยู่บ้านคุณยาย ซึ่งอยู่ติดกับบ้าน อาจารย์เลิศ พ่วงพระเดช เมื่ออายุ 7 ขวบ ทุกเย็นเมื่อกลับจากโรงเรียนจะมานั่งดูอาจารย์เลิศ เขียนรูปพุทธประวัติและรามเกียรติ์ทุกวัน จนฝังลึกอยู่ในความทรงจำ ส่วนวันหยุดจะเรียนกับพระอาจารย์จันทร์ ศุภโร วัดเขาวัง
นายประสม สุสุทธิ เป็นผู้มีความสามารถในด้านศิลปกรรมหลายสาขา ได้แก่ งานทางด้านจิตรกรรม เขียนและออกแบบลายไทย เขียนภาพลายเส้นตลอดจนมีความสามารถ และเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านการแทงหยวกหรือแกะสลักเครื่องสด รวมทั้งการออกแบบโครงร่างของสถาปัตยกรรมไทยอีกหลายแบบ เช่น เขียนแบบแปลนการก่อสร้างวัด อุโบสถ ซุ้มประตู ศาลาการเปรียญ ตลอดจนวางผังกุฏิ หอพระ มณฑป และจตุรมุขต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะเจาะสวยงาม มีเอกลักษณ์แบบไทยเด่นชัด
ประวัติการทำงาน
พ.ศ. 2483 ขณะที่กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง ในชั้นปีที่ 2 - 3 ได้เข้ารับราชการ ณ ธนาคารชาติในพระบรมมหาราชวัง (ธนาคารแห่งประเทศไทยปัจจุบัน) ต่อมาธนาคารชาติได้ย้ายไปอยู่วังบางขุนพรหมจนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2495 ได้ลาออกมาประกอบธุรกิจส่วนตัว ได้แก่ งานรับเขียนโปสเตอร์ ออกแบบทำบล็อกต่าง ๆ อยู่กับบ้านพักในกรุงเทพมหานคร และในปีเดียวกันนี้ได้มาสมัครเป็นครูสอนวิชาศิลปะที่โรงเรียนคงคาราม จังหวัดเพชรบุรี และลาออกจากการเป็นครูเมื่อปี พ.ศ. 2510 มาประกอบอาชีพส่วนตัว ทำพวงหรีดและพวงมาลา ตลอดจนจัดตั้ง กลุ่มผู้อนุรักษ์รับงานแทงหยวก เขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังภาพชาดก เขียนลายไทยต่าง ๆ ให้กับบรรดาช่างแกะสลักไม้และ ช่างปูนปั้นทั้งหลาย และยังรับเป็นอาจารย์สอนพิเศษให้แก่นักศึกษาสถาบันราชภัฏเพชรบุรี ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเพชรบุรี และวิทยาลัยอาชีวศึกษาจังหวัดเพชรบุรี
ประสบการณ์ด้านงานศิลปะเนื่องจาก นายประสม สุสุทธิ เป็นผู้มีความสามารถในทางศิลปะเพราะชอบการวาดเขียนตั้งแต่เยาว์วัยสืบเนื่องมาจากบรรพบุรุษ คุณปู่เป็นช่างปั้นแกะสลัก คุณพ่อเป็นช่างเหล็ก คุณตา (ก๋ง) เป็นช่างเขียน นายประสมจึงมีสายเลือดศิลปินเต็มตัว เริ่มหัดเขียนภาพในวิชาที่โรงเรียนสอนและเรียนนอกสถานที่ในวันหยุดกับพระอาจารย์จันทร์ ศุภโร วัดเขาวัง ตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ เนื่องจากบ้านพักอาศัย (บ้านคุณยาย) ติดกับบ้านครูเลิศ พ่วงพระเดช ทุกเย็นกลับจากโรงเรียนจะดูท่านเขียนภาพพุทธประวัติ รามเกียรติ์ ทุกวัน จนภาพเหล่านั้นฝังลึกในความทรงจำ ภายหลังจากจบการศึกษาและทำงานที่ธนาคารชาติได้เขียนลายเส้นแบบธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ภาพปรางค์สามยอด นับเป็นผลงานชิ้นแรกที่ออกสู่สายตาของประชาชน ผลงานชิ้นที่สองคือภาพเขียนน้ำมันหลอดแบบสโตร์กเพนท์ไม่ใช้พู่กัน ภาพ “สมเด็จพระนเรศวรชมช้างกับพระมหาอุปราช” ภาพได้ถูกนำไปเป็นของขวัญท่านไอเซ่นเฮาร์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาและติดอยู่ที่ทำเนียบขาวในสหรัฐอเมริกา
ในสมัยนั้นจนถึงปัจจุบันผลงานทางด้านการแทงหยวก ช่างประสม สุสุทธิ ประกอบอาชีพทำพวงหรีดและพวงมาลา ตลอดจนจัดตั้งกลุ่มผู้อนุรักษ์รับงานแทงหยวก เขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง ภาพชาดก เขียนลายไทยต่าง ๆ ให้กับบรรดาช่างแกะสลักไม้และ ช่างปูนปั้นทั้งหลาย อาจารย์ประสม มีความผูกพันกับวัดคงคารามวรวิหารมาแต่เกิด เพราะบิดาของท่านเป็นศิษย์ที่รับใช้ใกล้ชิดพระสุวรรณมุนี (หลวงพ่อฉุย สุขภิกขุ) ทางวัดจึงขอให้ท่านอยู่ช่วยงานบูรณะปฏิสังขรณ์ และออกแบบงานก่อสร้างเพิ่มเติมอยู่เสมอ นับว่าท่านมีส่วนสำคัญในการอนุรักษ์และสร้างสรรค์ผลงานศิลปะในวัดคงคารามวรวิหารตลอดมา จึงมีบ้านอยู่ภายในรั้วของวัด อาจารย์ประสมและภรรยา นางพนอ สุสุทธิ อยู่อย่างสมถะภายในบ้านเลขที่ 1 ถนนบันไดอิฐ ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี และที่นี่ก็ไม่เงียบเหงา เพราะมีผู้คนแวะเวียนกันมาเยี่ยมเยียนเสมอ ทั้งที่มาขอความรู้ ขอสัมภาษณ์ และมาขอให้ช่วยสร้างสรรค์งานศิลป์อยู่เสมอ ๆ
การสืบทอดศิลปะการแทงหยวกความเชี่ยวชาญในงานศิลปะทุกรูปแบบของช่างประสม สุสุทธิ เป็นที่ประจักษ์ชัดโดยทั่วไปในวงการช่าง สถานศึกษาหลายแห่งหลายสถาบันในจังหวัดเพชรบุรี ได้ยกย่องให้ช่างประสม สุสุทธิ เป็นผู้ครอบครูให้แก่นักเรียน นักศึกษา ที่เรียนวิชาศิลปะเชิงช่าง บรรดาช่างก็ได้ยกย่องให้ท่านเป็นบรมครู ทำหน้าที่เจิมและครอบครูให้แก่ช่างทั้งหลาย และช่างประสม สุสุทธิ ได้ทำให้งานศิลปะการแทงหยวกได้กลับมามีบทบาทในสังคมวัฒนธรรมเมืองเพชรบุรี และจัดเป็นช่างชั้นครูเป็นปูชนียบุคคลสำคัญของเมืองเพชรเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจ
ผลงานที่สร้างชื่อเสียง
- ภาพเขียนลายเส้นปรางค์สามยอดบนธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท (แบงค์ลพบุรี) นับเป็นผลงานชิ้นแรกที่ออกสู่สายตาของประชาชน ขณะทำงานที่ธนาคารชาติ
- ภาพเขียนน้ำมันหลอดแบบสโตร์กเพนท์ไม่ใช้พู่กัน ภาพ “สมเด็จพระนเรศวรชนช้างกับพระมหาอุปราช” บนผืนผ้าใบ ปี พ.ศ. 2447 ม.ล. วิวัฒนชยั ชัยยันต์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ให้รางวัล 800 บาท ซึ่งภาพได้ถูกนำไปเป็นของขวัญ ท่านไอเซ่นเฮาร์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาและติดอยู่ที่ทำเนียบขาวในสหรัฐอเมริกา ในสมัยนั้นจนถึงปัจจุบัน
- เขียนแบบหน้าบันวัดต่างๆ ซุ่ม งานสถาปัตยกรรม การออกแบบงานลงลัก สลักไม้ งานปูนปั้น การเขียนภาพจิตรกรรมชาดก การออกแบบลายให้ช่างเหล็ก การทําพวงมาลา พวงหรีด และการจัดกลุ่มผู้อนุรักษ์ศิลปะการแทงหยวก
- ได้รับโล่รางวัลประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติในระดับประเทศ และระดับภูมิภาคจํานวนมาก
- ได้รับคัดเลือกเป็นบุคคลดีเด่นทางวัฒนธรรมสาขาทัศนศิลป์ประจําภาคกลางตอนล่าง 24 จังหวัด จากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
- ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ สาขาวิชาศิลปะศาสตร์ สายศิลปกรรม และประยุกต์ศิลป์ โปรแกรมวิชาศิลปกรรมในปีการศึกษา 2537 จากสถาบนราชภัฎเพชรบุรี
- ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญรัตนาภรณ์ ในงานพระราชพิธิถวายช้างเผือกที่จังหวัดเพชรบุรี
- ได้รับรางวัลบุคคลผู้ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม จากมหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี ครั้งที่ 10
ผลงานที่ภาคภูมิใจ
1. ได้ร่วมก่อตั้งกลุ่มช่างสลักหยวกเพื่ออนุรักษ์ ส่งเสริม และเผยแพร่งานแทงหยวกของบรรพบุรุษ ได้รับงานสลักหยวกและสาธิตงานสลักหยวกเพื่อเผยแพร่ในงานวัฒนธรรม งานมหกรรม ณ สถานที่ต่าง ๆ ทั้งในจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดใกล้เคียง มีสมาชิกในกลุ่มประกอบ ด้วย นายประสม สุสุทธิ, นายเลี่ยม เครือนาค, นายหอม วงษ์ทองดี, นายสมพงษ์ สุสุทธิ, นายพิษณุ สุสุทธิ, นายวิริยะ สุสุทธิ, นายศานิต สุสุทธิ, นายจักรี สุสุทธิ, นางพนอ สุสุทธิ, นางสาลี่ แสนสุด, นางพรรณี สุสุทธิ ฯลฯ
2. ได้รับคัดเลือกเป็นผู้ที่มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม สาขาทัศนศิลป์ประจำภาคกลางตอนล่าง ๒๔ จังหวัด จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้รับการยกย่องและได้รับโล่รางวัลประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติในระดับประเทศ และระดับจังหวัดจำนวนมากมาย
3. ได้รับยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นบุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขาทัศนศิลป์ (แทงหยวก) จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2547
4. ด้รับการยกย่องให้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ สาขาวิชาศิลปศาสตร์สายศิลปกรรม และศิลปประยุกต์ โปรแกรมวิชาศิลปกรรม ในปีการศึกษา ๒๕๓๗ จาก สถาบันราชภัฏเพชรบุรี
ผลงานที่ประทับใจ
ผลงานทางด้านการแทงหยวกที่ นายประสม ประทับใจที่สุดในชีวิตการทำงานด้านศิลปะ คือ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ ให้ นายประสม สุสุทธิและคณะเข้าถวายการแทงหยวกตกแต่งพระจิตกาธาน ถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ฯ ณ พระเมรุมาศท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2539 และเข้าถวายการแทงหยวกตกแต่งพระจิตกาธาน ถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ พระเมรุมาศท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2551 ในโอกาสนี้ นายประสม ได้มีโอกาสถวายการแนะนำการแทงหยวกแก่องค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เป็นที่ซาบซึ้งใจแก่นายประสมและคณะเป็นอย่างยิ่ง
ปัจจุบัน นายประสม สุสุทธิ ศิลปินเมืองเพชรบุรี ได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554