พระครูโสภณพัฒนกิจ (บุญส่ง ธมมปาโถ)
ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาศิลปศาสตร์ โปรแกรมวิชาการพัฒนาชุมชน ปี พ.ศ. 2543
พระสงฆ์

รูปภาพ

พระครูโสภณพัฒนกิจ (บุญส่ง ธมมปาโถ)

 
ปริญญา
           ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาศิลปศาสตร์ โปรแกรมวิชาการพัฒนาชุมชน ปี พ.ศ. ๒๕๔๓  พระครูโสภณพัฒนกิจ ฉายา ธมุมปาโล อายุ ๕๘ ปี พรรษา ๓๘ ปี น.ธ. ตรี วัดบันไดอิฐ ตำบลไร่ส้ม อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
 
ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง
เจ้าอาวาสบันไดอิฐ เจ้ากณะตำบลไร่ส้ม-บ้านหม้อ และประธาน อ.ป.ต. ไร่ส้ม
 
สถานะเดิม
ชื่อ บุญส่ง นามสกุล ดีฉ่ำ เกิดวันที่ ๕ มกราคม ๒๔๘๕ บิดา-มารดาชื่อ นายเนื่อง - นางบาง ดีฉ่ำ ณ บ้านเลขที่ ๒๕ หมู่ ๓ ตำบลบ้านหาด อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี
 
อุปสมบท
วันพุธ ปีเถาะ วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๐๖ ที่วัดบันไดอิฐ ตำบลไร่ส้ม อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
พระอุปัชฌาย์ พระครูญาณวิลาศ (หลวงพ่อแดง) วัดบันไดอิฐ
พระกรรมว่จาจารย์ พระอาจารย์เพิ่ม สุจิณโณ วัดบันไดอิฐ
พระอนุสาวนาจารย์ พระอธิการเปลี่ยน วัดกุ่ม
วัดบันไดอิฐ ตำบลไร่ส้ม อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
 
วิทยฐานะ
พ.ศ. ๒๔๙๔      สำเร็จการศึกษาสามัญ ชั้นประถมปีที่ ๔ จากโรงเรียนวัดกุ่ม(เรือนพูนพิทยา) อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๑๑      สอบได้นักธรรมชั้นตรี จากสำนักเรียนวัดบันไดอิฐ จังหวัดเพชรบุรี
การศึกษาพิเศษ ชำนาญในการเขียนและอ่านอักขระภาษาขอมกับทั้งมีความชำนาญพิเศษในงานนวกรรม วิชาช่างไม้ ได้ดีพอสมควร
 
งานด้านการปกครอง
พ.ศ. ๒๕๑๓      เป็นพระกรรมวาจาจารย์
พ.ศ. ๒๕๑๓      เป็นรองเจ้าอาวาสวัดบันไดอิฐ
พ.ศ.๒๕๑๔       เป็นกรรมวาจารย์
พ.ศ. ๒๕๑๗      เป็นเจ้าอาวาสวัดบันไดอิฐ
พ.ศ. ๒๕๑๘      เป็นประธานคณะสงฆ์อบรมประชาชนตำบลไร่ส้ม (อ.ป.ต.) อำเภอเมืองเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๒๑      เป็นรองเจ้ากณะตำบลกลองกระแชงเขต ๑
พ.ศ. ๒๕๒๕      เป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ. ๒๕๒๗      เป็นเจ้าคณะตำบลกลองกระแชงเขต ๑
พ.ศ. ๒๕๓๑      เป็นเจ้าคณะตำบลไร่ส้ม - บ้านหม้อ
พ.ศ. ๒๕๔o      มีพระภิกษุ ๓๖ รูป สามเณร ๔ รูป อุบาสิกา ๑๒ คน ศิษย์วัด ๑๑ คน
พ.ศ. ๒๕๔๑      มีพระภิกษุ ๓๓ รูป สามเณร ๕ รูป อุบาสิก๑ ๑๐ คน ศิษข์วัด ๘ คน
พ.ศ. ๒๕๔๒      มีพระภิกษุ ๒๘ รูป สามเณร ๓ รูป อุบาสิกา ๑๐ กน ศิษย์วัด ๓ คน
พ.ศ. ๒๕๔๓      มีพระภิกบุ ๒๖ รูป สามเณร - รูป อุบาสิก๑ ๑๐ คน ศิษข์วัด ๓ คน
 
งานส่งเสริมการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๑๗      เป็นเจ้าสำนักเรียนปริขัติธรรม วัดบันไดอิฐ
พ.ศ. ๒๕๒๑      เป็นประธานคำเนินการสอบธรรมพระนวกะประจำตำบลทุกปี
พ.ศ. ๒๕๒๑      เป็นกรรมการสอบธรรมสนามหลวงประจำปีมาตลอดทุกปีถึงปังจุบัน
พ.ศ. ๒๕๔๐      มีนักเรียนเข้าสอบนักธรรมชั้นตรี ๕ รูป สอบได้ ๔ รูป สอบตก ๑ รูป
                       มีนักเรียนเข้าสอบนักธรรมชั้นโท ๑ รูป สอบได้ - รูป สอบลก ๑ รูป
                       มีนักเรียนเข้าสอบนักธรรมชั้นตรี ๒ รูป สอบได้ ๒ รูป
พ.ศ. ๒๕๔๑      มีนักเรียนเข้าสอบนักธรรมชั้นโท ๑ รูป สอบได้ ๑ รูป
พ.ศ. ๒๕๔๒      มีนักเรียนเข้าสอบนักธรรมชั้นตรี ๕ รูป สอบได้ ๕ รูป
                       มีนักเรียนเข้าสอบนักธรรมชั้นเอก ๑ รูป สอบได้ ๑ รูป
 
วิธีส่งเสริมการศึกษา
- จัดหาอุปกรณ์การสอนสำหรับครูผู้สอน
- จัดหาซื้ออุปกรณ์การเรียนให้แก่นักเรียน
- จัดรางวัลให้แก่นักเรียนที่มีความขขันหมั่นเพียร และเรียนดีเพื่อเป็นกำลังใจแก่นักเรียน
- จัดให้มีห้องอ่านหนังสือ และมีหนังสือหลาย ๆ ประเภทเพื่อภิกษุสามเณร และประชาชนทั่วไปได้อ่านหาความรู้
 
งานเผยแผ่พุทธศาสนา
- จัดให้มีการอบรมประชาชนประจำตำบลปีละ ๒ ครั้ง ในแต่ละครั้งมีประชาชนเข้ารับการอบรมประมาณ ๘๐ คน
- ในวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันวิสาขบูชา วันอาสาพหบูชา วันมาฆบูชาจัดให้มีกิจกรรมทางศาสนาเป็นการพิเศษโดยประกาศเชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมปฏิบัติธรรม ฟังธรรม และประกอบพิธีเวียนเทียน
- แสดงธรรมอบรมนักโทษเรือนจำจังหวัดเพชรบุรี เป็นประจำทุกปี
- แสดงธรรมแก่ข้าราชการตำรวจ สภอ.เมือง จังหวัดเพชรบุรี เป็นประจำทุกปี
- เเสดงธรรม ฌ หอมณเทียรธรรม อุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสคารามในพระบรมมหาราชวัง ปีละ ๑ - ๒ ครั้ง เป็นประจำทุกปี
- แสดงธรรมอบรมเยาวชน และนักเรียนระดับประถศึกบา และมัธยมศึกษา โรงเรียนต่าง ๆ ในจังหวัดเพชรบุรี หลายโรงเรียน
- เป็นประธานฝ่ายเผยแผ่ธรรมทางสถานีวิทยุ สวท.เพชรบุรี ในรายการปาฐกถาธรรม "ธรรมะพบพระเมืองเพชร" เวลา ๑๖.๓๐ น. ทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิศย์
 
งานสาธารณูปการ (ก่อนเป็นเจ้าอาวาส)
ได้รับความไว้วางใจจากพระครูญาณวิลาศ อดีตเจ้าอาวาสให้เป็นผู้ดำเนินการในการก่อสร้างวัด ดังนี้
พ.ศ. ๒๕๑๓      สร้างกำแพงแก้วรอบโบสถ์ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ยาว ๖๐ วา คิดเป็นเงินก่อสร้าง จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท (สองแสนบาท)
พ.ศ. ๒๕๑๓      ซ่อมเปลี่ยนกระเบื้อง ช่อฟ้า ใบระกา หางหงษ์ หลังคาอุโบสถ (โบสถ์เมียหลวง – เมียน้อย) พร้อมกับเทคอนกรีดพื้นโดยรอบบริเวณสิ้นเงินบูรณะจำนวน ๕๐๐.๐๐๐ บาท
พ.ศ.๒๕๑๓       สร้างศาลาลักษณะทรงไทยด้วยไม้เนื้อแข็ง กว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๒ เมตร คิดเป็นเงินค่าก่อสร้าง ๗๐,๐๐๐ บาท (เจ็ดหมื่นบาท)
พ.ศ. ๒๕๑๔      สร้างศาลาการเปรี่ยญลักษณะทรงไทย ๒ ชั้น ชั้นล่างเทคอนกรีตเสริมเหล็ก ชั้นบนเป็นไม้เนื้อแข็ง ขนาดกว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๕ เมตร คิดเป็นเงินค่าก่อสร้าง ๔๓๒,๐๐๐ บาท
พ.ศ.๑๕๑๕       สร้างกุฏิ ๑ หลัง ลักษณะทรงไทย ๒ ชั้น ชั้นล่างเทคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นบทเป็นไม้เนื้อแข็ง ขนาดกว้าง ๖ เมตร ยาว ๔๐ เมตร คิดเป็นเงินค่าก่อสร้าง ๑,๑๑๖.๐๐๐ บาท
พ.ศ. ๒๕๑๖      สร้างกุฏิหอกลาง ๑ หลัง ลักษณะทรงไทย ๒ ชั้น ชั้นล่างใช้เป็นหอฉัน ชั้นบนใช้เป็นหอสวดมนต์ ขนาดกว้าง ๑๐ เมตร ขาว ๑๒ เมตร คิดเป็นเงินค่าก่อสร้าง ๓๙๕,๐๐๐ บาท (สามหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยบาทถ้วน) รวมมูลค่าการก่อสร้างสาธารณูปการก่อนดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ๒,๖๔๓,๐๐๐      บาท (สองล้านหกแสนเก้าหมื่นสามพันบาท)
 
งานสาธารณูปการ (หลังรับตำแหน่งเจ้าอาวาส)
พ.ศ.๒๕๑๗       สร้างสนามใช้เป็นที่จอดรถบนขอดเขา ด้วยวิชีระเบิดเขาตัดหินปราบให้ราบเป็นบริเวณเนื้อที่ประมาณ ๕ ไร่ สิ้นค่าใช้จ่ายคิดเป็นเงิน ๓๘๘,๐๐๐ บาท (สามแสนแปดหมื่นแปดพันบาท)
พ.ศ. ๒๕๑๘      สร้างถังประปาส่งน้ำใช้ในบริเวณวัด คิดเป็นเงินค่าก่อสร้าง ๑๕๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนห้าหมื่นบาท)
พ.ศ. ๒๕๒๐      ตัดถนนเข้าวัดโดยขยายให้กว้างกว่าเดิม เทคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง ๘ เมตร ยาว ๔๐ เมตร คิดเป็นเงินค่าก่อสร้าง ๕๒,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นสองพันบาท)
พ.ศ. ๒๕๒๑      สร้างถังเก็บน้ำฝนไว้ใช้ประจำวัด คิดเป็นเงินค่าก่อสร้าง ๖๐,๐๐๐ บาท (หกหมื่นบาท)
พ.ศ. ๒๕๒๔      สร้างมณฑปจตุรมุข ๑ หลัง ลักษณะทรงไทย มีบานประตูประดับมุขลายไทย ๔ ช่อง มีบาน หน้าต่างประดับมุขลายไทย ๑๒ ช่อง ขนาดกว้าง ๙ เมตร ยาว ๑๑ เมตร ภายในใช้ประดิษฐาน พระพุทธรูปประจำวัน และรูปหล่อเหมือน
พระครูญาณวิลาศ (หลวงพ่อแดง) คิดเป็นเงินค่า ก่อสร้าง ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านสองแสนบาท)
พ.ศ. ๒๕๒๕      สร้างเมรุทรงไทยจตุรมุขพร้อมเตาเผาศพและศาลาบำเพ็ญกุศล ๑ หลัง ขนาดกว้าง ๑๕ เมตร ๕๐ เมตร คิดเป็นเงินค่าก่อสร้าง ๓,๑๐๐,๐๐๐บาท (สามล้านหนึ่งแสนบาท)
พ.ศ. ๒๕๓๐      สร้างศาลาเอนกประสงค์ ๑ หลัง คิดเป็นเงินค่าก่อสร้างจำนวน๑,๒๐๐.๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านสองแสนบาท)
พ.ศ. ๒๕๓๔      ซ่อมหลังคาอุโบสถ (โบสถ์เมียน้อย - เมียหลวง) โดยเทคอนกรีดเพื่อป้องกันไม่ให้ถึงรื้อได้คิดเป็นเงินค่าบูรณะปฏิสังขรณ์ จำนวน ๓๐๐,๐๐๐บาท (สามแสนบาท)
พ.ศ. ๒๕๓๖      สร้างถนนใช้เป็นทางขึ้นวัด เทคอนกรีตเสริมเหล็ก
- สร้างซุ้มประตูบริเวณทางขึ้นวัด และทางลงวัด จำนวน ๒ ซุ้ม
- สร้างศาลาบริเวณหน้าวัดเพื่อใช้เป็นที่พักของประชาชนที่เดินทางสัญจร
- เทคอนกรีตบริเวณสนามใช้เป็นที่จอดรถ คิดเป็นเงินค่าก่อสร้างรวมทั้งหมด จำนวน ๓,๒๐๐.๐๐๐ บาท (สามล้านสองแสนบาท)
พ.ศ. ๒๕๓๗      สร้างศาลาเอนกประสงค์ ๔ ชั้น ๑ หลัง ขนาดกว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๔๒ เมตร ชั้นล่างใช้เป็นที่จัดประชุมกิจกรรมต่าง ๆ ชั้นบนเป็นห้องพักไว้บริการแก่ผู้เดินทางขึ้นเหนือถ่องใต้ในช่วงเทศกาลต่าง ๆและเป็นที่พักรับรองอากันตุกะ ที่เดินทางมาวัดคิดเป็นเงินค่าก่อสร้าง ๔.๐๐๐.๐๐๐ บาท(สี่ล้านบาท)
พ.ศ.๒๕๓๘       ปรับปรุงพื้นที่จอดรถ ด้านหน้าศาลาเอนกประสงค์ โดยถมดินปรับพื้นที่ปูอิฐตัวหนอน และปลูกต้นไม้เพื่อความร่มรื่น ในพื้นที่ประมาณ ๒ ไร่ พร้อมทั้งสร้างศาลาเล็ก ๆ สำหรับนั่งพักผ่อน ๒ หลัง และสร้างห้องน้ำ ๑ หลังจำนวน ๕ ห้องคิดเป็นเงินค่าก่อสร้าง ๑,๒๐๐,๐๐๐บาท (หนึ่งล้านสองแสนบาท)
พ.ศ.๒๕๓๘       ปรับปรุงพื้นที่จอดรถบริเวณด้านหลังศาลาฌาปนสถาน โดยระเบิดหินปราบพื้นที่ให้ราบเทคอนกรีตในบางส่วน และทำรั้วเหล็กกั้นตลอดแนวหน้าผา คิดเป็นเงินค่าก่อสร้าง ๕๐๐,๐๐๐  บาท (ห้าแสนบาท)
พ.ศ. ๒๕๓๙      ทำทางรถยนต์ขึ้น โบสถ์ โดยปรับพื้นที่ เทคอนกรีตตลอดสาย พร้อมทั้งทำรั้วกั้นแนวถนน ยาวประมาณ ๓๐๐ เมตร คิดเป็นเงินค่าก่อสร้าง ๓๐๐,..๐ บาท (สามแสนบาท)
พ.ศ. ๒๕๔๐      สร้างกุฏิทรงไทย ด้วยคอนกรีต ๒ ชั้น ประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา กว้าง ๔ เมตร ยาว๗ เมตร มีระเบียงโดยรอบ ชั้นล่างเป็นห้องน้ำ ชั้นบนเป็นห้องพักรับรองอากันตุกะ คิดเป็นเงินค่าก่อสร้าง๕๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าแสนห้าหมื่นบาท)
พ.ศ. ๒๕๔๐      สร้างห้องน้ำในบริเวณลานหน้าพระอุโบสถ จำนวน ๕ ห้อง คิดเป็นเงินจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท(หนึ่งแสนบาท)
พ.ศ. ๒๕๔๐      ซ่อมแซมฌาปนสถาน ศาลาบำเพ็ญกุศล โดยเปลี่ยนหลังคาใหม่ทั้งหมดติดฝ้าเพดาน ติดตั้งระบบไฟฟ้าและพัดลมทั้งหลัง พร้อมทั้งทาสี และขัดพื้นหินใหม่ คิดเป็นเงินค่าใช้จ่ายจำนวน  ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้านบาท)
พ.ศ.๒๕๔๐       สร้างที่เก็บศพเชื่อมต่อกับศาลาบำเพ็ญกุศลภายในแบ่งเป็น ๒ ส่วน ส่วนแรกด้านหน้าสร้างลักษณะ ๒ ขั้น ติดกระจกทั้งหลังไว้เก็บโต๊ะ เก้าอี้ โซฟา และของใช้ อีกส่วนหนึ่งด้านหลัง ใช้เป็นที่เก็บศพ ซึ่งเก็บได้จำนวน ๓๕ ศพ คิดเป็นเงิน ค่าใช้จ่ายจำนวน ๑,๐๐๐.๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาท)
พ.ศ. ๒๕๔๑      ตัดถนนรอบบริเวณวัดโดยระเบิดหินปราบให้ราบ กว้างประมาณ ๑๐ เมตร ขาวประมาณ ๑  กิโลเมตร เพื่อเชื่อมต่อระหว่างจุดท่องเที่ยว สำหรับชมถ้ำหลายแห่งภายในบริเวณวัด และจุดชมทัศนียภาพของ จังหวัดเพชรบุรีในหลาย ๆ มุมมอง คิดเป็นเงินค่าก่อสร้าง ๑.๑๐๐,๐๐๐ บาท(หนึ่งล้านหนึ่งแสนบาท)
พ.ศ. ๒๕๔๒      ทำบันไดขึ้นบนยอดเขา ความกว้าง ๔.๕๐ เมตร ยาว ๓๕o เมตร เพื่อชมทัศนียภาพตัวเมืองเพชรบุรี และนมัสการพระพุทธรูปเก่าแก่ในวิหารบนยอดเขา คิดเป็นเงินค่าก่อสร้าง ๘๐๐,๐๐๐ บาท (แปดแสนบาท)
พ.ศ. ๒๕๔๒      ปรับพื้นที่บริเวณด้านทิศเหนือของวัด เพื่อทำที่จอดรถสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชมถ้ำ โดยระเบิดหินปราบที่ให้ราบเสมอกันพร้อมทั้งตกแต่งต้นไม้บริเวณโดยรอบ กว้างประมาณ ๑๐ ไร่ คิดเป็นเงินค่าก่อสร้างประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้านบาท)รวมเป็นเงินที่ใช้จ่ายในงานสาธารณูปการเป็นจำนวนทั้งสิ้น ๒๓,๒๐๐,๐๐๐ บาท (ยี่สิบสามล้านสองแสนบาทถ้วน)
 
ศึกษาสงเคราะห์
พ.ศ. ๒๕๓๑      เป็นประธานจัดให้มีการทอดผ้าป่า ณ วัดบันไดอิฐ ร่วมกับครูใหญ่ทุกโรงเรียนในจังหวัดเพชรบุรี เพื่อจัดตั้งกองทุนชื่อ "ร่มโพธิ์บุญนิธิเพื่อการศึกษา" เพื่อนำดอกผลเป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน รวมยอดเงินที่ได้จากการทอดผ้าป่าจำนวน ๒๑๖.๘๐๓ บาท (สองแสนหนึ่งหมื่นหกพันแปดร้อยสามบาท)
พ.ศ. ๒๕๓๑      ตั้งทุนสงเคราะห์นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา โรงเรียนวัดกุ่ม (เรือนพูนพิทยา) อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี จำนวน ๓,๐๐๐ บาท (สามพันบาท)
พ.ศ.๒๕๔๑       ตั้งทุนสงเคราะห์นักเรียนระดับชั้นประถมสีกษา โรงเรียนวัดกุ่ม (เรือนพูนพิทยา) อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาท)
พ.ศ.๒๕๔๑       เป็นประชานฝ่ายจัดหาทุน โครงการถวายความรู้แต่พระภิกษุ สามเณร และผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา ของศูนย์วิทยพัฒนาบริการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จังหวัดเพชรบุรี ปี พ.ศ. ๒๕๔๑ - ๒๕๔๓ เป็นเงินกองทุน ๔๗๓,๖๐๐ บาทเศษ (สี่แสนเจ็ดหมื่นสามพันหกร้อยบาท)
 
งานสาธารณะสงเคราะห์
พ.ศ. ๒๕๑๑      เป็นกรรมการสร้างเหรียญพระรูญาณวิลาศ (หลวงพ่อแดง) ร่วมกับพลเอกสำราญ แพทยกุล ขณะดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาค ๑ เพื่อมอบ และแจกให้แก่ทหาร ตำรวจ ขณะปฏิบัติราชการ
พ.ศ.๒๕๑๓       เป็นกรรมการสร้างเหรียญพระรูญาณวิลาศ (หลวงพ่อแดง) รุ่น ๘๓ ร่วมกับพลเอกฉลาด หิรัญศิริขณะดำรงตำแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก เพื่อมอบและแจกให้แก่ทหาร ตำรวจ ขณะปฏิบัติราชการ
พ.ศ.๒๕๑๘       เป็นกรรมการสร้างเหรียญพระครูญาณวิลาศ (หลวงพ่อแดง) รุ่นสิงห์ร่วมกับทางราชการจังหวัดเพชรบุรี เพื่อจัดหาทุนสร้างศาลหลักเมือง จังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๑๘      เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิ "พระครูญาณวิลาศ (หลวงพ่อแดง) ขณะนี้มีทุน ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หกล้านบาท)
พ.ศ. ๒๕๒๑      ได้นำช้างเผือก ๒ เชือก ร่วมรัฐมนตรีมหาดไทยสมัย พล อ.เกรียงศักดิ์ ธะมะนันท์ และข้าราชการคณะสงฆ์ จังหวัดเพชรบุรี สนามหน้าเขาวัง จังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๒๓      ได้นำช้างเผือก จำนวน ๑ เชือก เข้าถวายแค่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๖ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน รวม ๒ ครั้ง ๓ เชือก
พ.ศ. ๒๕๒๘      เป็นกรรมการร่วมจัดงานพระราชทานเพลิงศพพระครูญาณวิสุทธิ(หลวงพ่อเพชร  อดีตเจ้าอาวาสวัดคงคารามวรวิหาร เจ้าคณะตำบลคลองกระแชง เขต ๑
พ.ศ. ๒๕๓๐      เป็นกรรมการร่วมจัดงานพระราชทานเพลิงศพพระเทพวงศาจารย์ (อินทร์ อินทโชโต อดีดเจ้าอาวาสวัดยาง เข้าคณะจังหวัดเพชรบุรี โดยงานนี้สมเด็จพระเทพรัดบราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จเป็นองค์ประธานในการพระราชทานเพลิง
พ.ศ. ๒๕๓๗      อนุญาตให้ส่วนราชการกรมประชาสัมพันธ์ใช้ที่ดินธรณีสงฆ์บริเวณเชิงเขาบันไดอิฐ จำนวน ๗ ไร่ เพื่อก่อสร้างสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ (สวท.เพชรบุรี)
พ.ศ. ๒๕๓๘      เป็นผู้ติดต่อประสานขอใช้ที่ดินของวัดมหาธาตุวรวิหาร และที่ดินของวัดโพธ์กรุ รวม ๒ แปลง จำนวน ๒๕ ไร่ เพื่อดำเนินการก่อสร้างศูนย์วิทยพัฒนาบริการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
พ.ศ. ๒๕๓๘      ได้ประสานงานกับสถาบันราชภัฏเพชรบุรี จัดหาที่ดินจำนวน ๑,๓๐๐ ไร่ ที่หมู่บ้านโป่งสลอด ตำบลหนองกะปุ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี เพื่อใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างวิทยาเขตของสถาบันราชภัฏเพชรบุรี เพื่อรองรับนักศึกษาใหม่ที่เพิ่มขึ้นและเพื่อขยายการศึกษาจนถึงระดับ ปริญญาเอก
พ.ศ. ๒๕๓๙      เป็นผู้ติดต่อประสานงานขอใช้ที่ดินทรัพย์สินส่วนพระองค์บริเวณเชิงเขาบันไดอิฐจำนวน ๔๐ ไร่ จากสำนักงานทรัพข์สินส่วนพระองค์ เพื่อใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างวิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๔๐      เป็นประธานจัดทอดผ้าป่าเพื่อหารายได้ใช้ในการรังวัดที่ดิน จำนวน ๑,๓๐๐ ไร่ ที่จะก่อสร้าง วิทยาเขตแห่งใหม่ของสถาบันราชภัฏเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๔๐      บริจาคเงินค่าถมดินลูกรัง ปรับปรุงถนนทางเข้า ศูนย์วิทยพัฒนาบริการเพชรบุรี หาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท
พ.ศ. ๒๕๔๐      ถึงปัจจุบัน เป็นองค์อุปถัมภ์การจัดงานวัดเด็กแห่งชาติ ณ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ จังหวัดเพชรบุรี และให้การอนุเคราะห์ค่าใช้จ่าย ในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติบางส่วน ประมาณปีละ ๕๑,๐๐๐ บาท และสนับสนุนของเล่นเด็กและของรางวัลสำหรับเด็ก จากผู้มีจิดศรัทธาปีละประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บาท
พ.ศ. ๒๕๔๑      ได้มอบที่ดินธรณี จำนวน ๓ ไร่ ให้กับสาธารณสุข อ.เมืองเพชรบุรี เช่าตั้งอาคาร อยู่ทุกวันนี้เป็นระยะเวลา ๓๐ ปี
พ.ศ. ๒๕๔๑      ให้สร้างป้อมสายตร?

Copyright © 2022 เว็บไซต์ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาราชภัฏเพชรบุรี