พระญาณโมลี (ยติธมฺโม)
ปริญญา
ปริญญาศิลปะศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาศิลปศาสตร์ โปรแกรมการพัฒนาชุมชน ปี พ.ศ. ๒๕๔๕
ที่อยู่ปัจจุบัน
วัดนิคมวชิราราม ตำบลเขาใหญ่ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
สถานะเดิม
ชื่อ หวล นามสกุล เสือสะอาด เกิดเมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ตรงกับวันพุธ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๔ ปีชวด นามบิดา นายแฮด นามมารดา นางปุ๋ย หมู่ที่ ๔ ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี อุปสมบท วันที่๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๗ ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๗ ปีวอก พัทธสีมา วัดชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี พระอุปัชฌาย์ พระครูพินิจสุตคุณ วัดโตนดหลวง ตำบลบางเก่า อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
วิทยฐานะ
พ.ศ. ๒๔๘๑ สำเร็จชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนบำรุงวิทยา กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๔๙๑ สอบไล่ได้ นักธรรมเอก สำนักศึกษาวัดชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๔๙๒ เข้ารับการศึกษาอบรมครู วัดสามพระยา รุ่นที่ ๔
พ.ศ. ๒๕๑๔ สอบได้ประโยคครูพิเศษมูล สนามสอบจังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๑๔ เข้ารับการศึกษาอบรมโรงเรียนพระสังฆาธิการส่วนภูมิภาค รุ่นที่ ๑ ณ วัดยาง จังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๑๗ เข้ารับการศึกษาอบรมโรงเรียนพระสังฆาธิการส่วนกลาง รุ่นที่ ๒ ณ วัดสามพระยา กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๓๗ ผ่านการอบรมตามโครงการถวายความรู้พระสงฆ์ หลักสูตร “หลักการบริหารทั่วไป” ณ หอประชุมวัดมหาธาตุวรวิหาร จังหวัดเพชรบุรี
ความชำนาญการ
- งานด้านการก่อสร้าง สามารถออกแบบอาคารต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับการใช้งาน
- งานไฟฟ้า
- งานพิมพ์ดีด ได้ดี
- การแสดงพระธรรมเทศนาและการบรรยายธรรม
ตำแหน่งหน้าที่การงานปัจจุบัน
เจ้าอาวาสวัดนิคมวชิราราม
เจ้าคณะอำเภอชะอำ
หัวหน้าพระธรรมทูตประจำอำเภอชะอำ
ประวัติการศึกษา
พระญาณโมลี อุปสมบทเมื่ออายุ ๒๐ ปี ได้อุทิศตนให้แก่พระพุทธศาสนา ยึดมั่นในพระธรรมวินัยเป็นหลัก ได้ศึกษาเล่าเรียนและพัฒนาตนเอง แล้วได้นำความรู้ทั้งทางธรรมและทางโลกอบรมสั่งสอนบุคคลอื่น และพัฒนาชุมชน มีผลงานเป็นที่ยอมรับและยกย่องจนปรากฏชัดเจน ดังนี้
พ.ศ. ๒๔๘๗ สอบได้นักธรรมตรี
พ.ศ. ๒๔๘๘ สอบได้นักธรรมโท และสวดพระปาฏิโมกข์ได้
พ.ศ. ๒๔๘๙ เป็นครูสอนนักธรรม วัดชะอำ
พ.ศ. ๒๔๙๐ สอบได้นักธรรมเอก
พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่ พระครูปริยัตยานุโยค และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดนิคมวชิราราม อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๐๒ เป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท
พ.ศ. ๒๕๑๕ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอชะอำ เป็นหัวหน้าพระธรรมทูต อำเภอชะอำ
พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้รับพระราชทานแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะอำเภอชั้นพิเศษ
พ.ศ. ๒๕๓๕ วัดนิคมวชิราราม ได้รับการคัดเลือกเป็นวัดวัดพัฒนาตัวอย่างจากกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ. ๒๕๓๖ ได้รับประกาศนียบัตรวัดพัฒนาตัวอย่างดีเด่น จากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
พ.ศ. ๒๕๓๖ ได้รับพระราชทานเหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ ๑ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ณ ตึกศักรินทรภักดี สภากาชาดไทย
พ.ศ. ๒๕๓๘ ได้รับพระราชทานเสาเสมาธรรมจักรทองคำ ด้านส่งเสริมกิจการ คณะสงฆ์ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่พระญาณโมลี
ประสบการณ์การทำงานผลงานทางวิชาการและ/หรือความเชี่ยวชาญพิเศษ/ผลงานดีเด่น
๑. ความเป็นพระนักปกครองและการใช้หลักการพัฒนาชุมชนบริหารจัดการวัด
พระญาณโมลี เป็นเจ้าอาวาส และเป็นเจ้าคณะอำเภอ ภารกิจในด้านการบริหารและการปกครองจึงมีมาก ท่านได้ใช้หลักธรรมาธิปไตย เป็นหลักในการบริหารและการปกครองซึ่งใช้หลักประชาธิปไตยในการดำเนินงานและประสานงานกับบุคคลและหน่วยงานต่างๆ ทั้ง ภาครัฐและเอกชน ส่งเสริมและใช้หลักการมีส่วนร่วมของพระภิกษุ สามเณรและสาธุชน บริหารจัดการในวัดนิคมวชิรารามให้พัฒนาไปอย่างมีทิศทาง เป็นตัวอย่างที่ดีได้ แล้วใช้หลักการขยายผล ส่งเสริมการดำเนินงานแก่วัดในปกครองทั่วอำเภอชะอำ จนมีผลงานดีเด่น ดังนี้
๑.๑ งานบริหารและจัดการภายในวัดพระญาณโมลี ได้ประชุมสงฆ์ภายในวัด ตามหลักการมีส่วนร่วม และร่วมกันกําหนดระเบียบ กฎ กติกาของวัด
๑.๒ งานสาธารณูปการ : การสร้างและพัฒนาวัด
พระญาณโมลี เป็นพระนักพัฒนาที่มีวิสัยทัศน์และมีความสามารถสูง ได้ใช้ หลักการพัฒนาชุมชนในการสร้างและพัฒนาวัดนิคมวชิราราม ท่านมีภาวะผู้นำสูง เป็นที่รักเคารพ นับถือของสาธุชนทั่วไป ดังนั้น ในการสร้างและพัฒนาวัดจึงได้รับความร่วมมือจากพระสงฆ์ บุคคล และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี พระญาณโมลีได้เริ่มสร้าง และพัฒนาวัดตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งมีเพียงศาลาเพื่อเป็นที่กราบไหว้พระ สวดมนต์ ของพระภิกษุสามเณร และเป็นที่บำเพ็ญกุศลของสาธุชนทั้งใกล้และไกล จากการที่ท่านได้ทุ่มเทในการพัฒนาวัด จากอดีตจนถึงปัจจุบัน วัดนิคมวชิรารามจึงได้กลายสภาพเป็นวัดที่สมบูรณ์แบบในทุกๆ ด้าน จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง จากกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ และวัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่นตามลำดับ
๑.๓ งานบริหารและงานปกครองคณะสงฆ์อำเภอชะอำ
(๑) จัดการปกครองคณะสงฆ์ภายในเขตอำเภอชะอำ จํานวน ๑๐ วัด และ สำนักสงฆ์ ได้จัดประชุมพระสังฆาธิการ ระดับเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ปีละ ๔ ครั้ง เพื่อเสนอแนะและร่วมแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่าง ๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
(๒) จัดประชุมเจ้าคณะตำบล เพื่อกำหนดและทำความเข้าใจในงานนโยบาย การปกครอง งานศึกษา งานเผยแผ่ งานสาธารณูปการ และงานต่าง ๆ ของคณะสงฆ์
(๓) จัดประชุมพระภิกษุสามเณรเป็นประจำทุกปี เพื่อแจ้งนโยบายของ คณะสงฆ์ในการปฏิบัติตนของพระภิกษุสามเณร ให้ถูกต้องตรงกัน
(๔) ตรวจเยี่ยมวัดและสำนักสงฆ์ ทุกแห่งในอำเภอชะอำ พร้อมทั้งได้ อาราธนาเจ้าคณะจังหวัดมาร่วมในการตรวจเยี่ยมเป็นประจำทุกปี
(๕) ส่งเสริมการดาเนินงานของหน่วย อ.ป.ต. (หน่วยอบรมประชาชนประจําตำบล)
(๖) ได้ช่วยเหลือพระภิกษุสามเณรทั้งในวัดสงเคราะห์อย่างสม่ำเสมอ และ สงเคราะห์พระภิกษุสามเณรภายในเขตปกครองด้วยปัจจัย ๔
(๗) ปกครองคณะสงฆ์ในเขตอำเภอชะอำ ให้ปฏิบัติตนเป็นที่นิยมยกย่อง เชื่อถือของประชาชนโดยทั่วไป มีการประชุมอบรมให้ปฏิบัติศาสนกิจของสงฆ์อย่างเคร่งครัด รู้จัก รับผิดชอบตนเอง
(๘) ควบคุมดูแลพระภิกษุสามเณรทั้งในวัดและนอกวัด มิให้ปฏิบัติตนผิดพระวินัยและไม่ฝ่าฝืนบัญญัติของคณะสงฆ์ จนเป็นที่ยอมรับของสังคมในอำเภอชะอำ ทำให้ไม่เกิด ปัญหาต่างๆ ได้รับคําชมเชยและเกียรติคุณ
(๙) ในฐานะเจ้าคณะอำเภอชะอำ ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าคณะจังหวัด ใน การสนับสนุนเพื่อให้งานบริหารกิจการคณะสงฆ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดีงาม งานตรวจการคณะสงฆ์ และการจัดประชุมพระสังฆาธิการดังกล่าว ส่งผลให้วัดในปกครอง ปฏิบัติหน้าที่และศาสนกิจต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้เกิดความสุข สงบ เกิดขึ้นใน ชุมชน
๒. ความเป็นพระนักวิชาการ ส่งเสริมการศึกษาและการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
พระญาณโมลี เป็นพระมหาเถระ ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาในการ พัฒนาคน พัฒนาสังคม และพัฒนาชาติ ท่านมีจิตสำนึกในการเป็นครู และเห็นว่าการพัฒนาคน เป็นเรื่องสําคัญในกระบวนการพัฒนาทั้งหมด สอดคล้องกับแผนการพัฒนาของชาติ และท่าน เห็นว่าการพัฒนาคนต้องพัฒนาที่จิตใจ ดังคำขวัญ ตามหลักการพัฒนาชุมชนที่ว่า “พัฒนาอะไรก็ติด ถ้าจิตไม่พัฒนา” พระญาณโมลีจึงได้พยายามพัฒนาตนเองให้มีความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม และส่งเสริมให้ภิกษุสามเณรในวัด และในคณะปกครองศึกษาหาความรู้และพัฒนาตนเอง พระญาณโมลีได้เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมด้วยตนเอง และส่งเสริมสนับสนุนให้พระสงฆ์ สามเณรในปกครองเป็นครูสอน พระปริยัติธรรมด้วย อีกทั้งท่านได้จัดส่งพระวิทยากร ไปให้การศึกษาและฝึกอบรมนักเรียน และเยาวชนทั้งใน และนอกสถานศึกษา อีกด้วย ท่านได้จัดตั้งและ ส่งเสริมสำนักเรียนพระปริยัติธรรม ให้ทุนการศึกษาแก่พระภิกษุ สามเณร เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และได้ส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในรูปแบบต่างๆ
๓. ด้านการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม
พระญาณโมลี เป็นพระนักพัฒนา ที่มีวิสัยทัศน์ ได้สร้างวัดนิคมวชิราราม เป็นศูนย์ กลางของชุมชน มีเสนาสนะที่เอื้ออำนวยประโยชน์ในการบำเพ็ญศาสนกิจและจัดกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน อีกทั้งได้จัดระเบียบแผนผังของอาคาร ถนน พื้นที่ใช้สอยต่างๆ เป็นสัดส่วน สะดวกใน การใช้งาน มีการรักษาความสะอาดเสนาสนะและบริเวณวัดเป็นอย่างดี มีการปลูกต้นไม้ที่ให้ร่มเงา และไม้ประดับ เพื่อความร่มรื่นและสวยงาม วัดจึงเป็นศูนย์รวมและพัฒนาจิตใจชาวบ้านเป็นอย่างดี อีกทั้งได้รณรงค์ให้ชุมชนเห็นประโยชน์ของต้นไม้ ป่าไม้ มีการปลูกป่า ป้องกันไฟป่าในพื้นที่ ทำให้ประชาชนมีจิตใจละเอียดอ่อน รักธรรมชาติ ช่วยกันดูแลรักษาและป้องกันต้นไม้ ป่าไม้ โดยเฉพาะบริเวณหลังวัดมีการอนุรักษ์และปลูกป่าเพิ่มเติม ทำให้มีป่าสมบูรณ์ในบริเวณวัด นับเป็นตัวอย่างที่ดีได้อย่างแท้จริง
๔. ด้านการอนุรักษ์ส่งเสริมศาสนา ศิลปวัฒนธรรมประเพณีไทย
ผลงานด้านการอนุรักษ์ส่งเสริมศาสนาศิลปวัฒนธรรมไทย มีโดยสังเขปดังนี้
(๑) พระญาณโมลี เป็นนักอนุรักษ์ และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย ท่านตระหนัก ในคุณค่าของสถาปัตยกรรมไทย สิ่งก่อสร้างภายในวัดจะเป็นสถาปัตยกรรมไทยทั้งสิ้น ซึ่งมีรูปแบบ ถูกต้องสวยงามและประณีต ท่านปรารภอยู่เสมอว่า ถ้าวัดไม่รักษาสถาปัตยกรรมไทยต่อไป ความเป็นไทยจะค่อยๆ ลดน้อยลง ซึ่งน่าเสียดาย..." นอกจากนี้ท่านได้ส่งเสริมให้วัดในเขตปกครองรักษาความเป็นไทย เรื่องสถาปัตยกรรมไทยอีกด้วย
(๒) พระญาณโมลี ให้ความสำคัญในการจัดงานวันสำคัญทางศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และเทศกาล โดยท่านจะจัดงานเป็นประเพณีสืบเนื่องในแต่ละวันและเทศกาลต่างๆ โดยรักษารูปแบบและสาระของแต่ละงาน และส่งเสริมให้วัดในปกครองจัดงานและรักษาประเพณีอันดีงามของไทยไว้ให้เป็นมรดกของคนรุ่นหลัง อีกทั้งได้อธิบายให้คนใกล้ชิดและเทศนา สั่งสอนให้ประชาชนและเยาวชนเห็นความสำคัญของวัฒนธรรมไทยเสมอๆ
(๓) พระญาณโมลี ตระหนักในคุณค่าของการประกอบพิธีกรรม หรือศาสนพิธีอย่าง มีความหมาย ท่านได้สอนให้มัคทายกเรียนรู้ศาสนพิธีและประกอบศาสนพิธีอย่างถูกต้องตามแบบอย่างวัฒนธรรมประเพณีอัน ดีงามของไทย และสั่งสอนสาธุชนให้ประกอบพิธีกรรมอย่างถูกต้องมีความหมายด้วย
(๔) ส่งเสริมและสั่งสอนการดำเนินชีวิตของชาวบ้านไม่ให้หลงไหลในวัฒนธรรม ต่างชาติฟุ้งเฟ้อ เป็นทาสวัตถุ ให้ดำเนินชีวิตตามหลัก "เศรษฐกิจพอเพียง" ตามหลักพระพุทธศาสนาและปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยพระญาณโมลีได้คําเนินชีวิตเป็นตัวอย่างอันดี สมถะ เรียบง่ายไม่ติดยึดในวัตถุ ทำให้สาธุชนทั่วไปนับถือและปฏิบัติตาม
๕. ความเป็นผู้มีคุณธรรมและจริยธรรมอันดีงาม
พระญาณโมลี มีวัตรปฏิบัติเหมาะสมกับสมณเพศ ดำรงดนแบบสมถะเรียบง่าย มั่นคง เป็นที่เคารพนับถือบูชา ของสานุศิษย์และบุคคลทั่วไป วางตนเป็นที่เลื่อมใส ศรัทธาของ คนทั่วไป การเป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรมของท่านเป็นตัวอย่างที่ดี เป็นหลัก เป็นที่ยึดเหนี่ยวใจของประชาชนทั่วไป ท่านมีธรรมะและใช้ธรรมะ อบรมสั่งสอนให้เด็กเยาวชนและประชาชนทั่วไป อยู่ในศีลธรรมอันดี ท่านดีพร้อมแล้วสอนคนอื่นให้ดีด้วย ตามหลัก “สอนเขาด้วยตัวอย่างของเรา” ท่านเป็นพระที่ดี เป็นนักบริหารที่ดี เป็นนักปกครองที่ดี และเป็นนักพัฒนาที่ดี คุณธรรมที่เป็นหลักการทํางานของท่านคือ “พละ ๔” ธรรมอันเป็นกำลัง ประกอบด้วย
(๑) ปัญญาพละ มีกำลังปัญญา มีวิสัยทัศน์ มองการณ์ไกล รู้ตน รู้คน รู้งาน ท่านจึงทํางานได้ด้วย “รู้”
(๒) วิริยพละ มีความเพียร ท่านได้ทํางานด้วยความวิริยะ กล้าทําความดีอย่างสืบเนื่องอย่างไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหา
(๓) อนวัชชพละ มีความสะอาด ซื่อสัตย์ สุจริต
(๔) สังคาพละ มีกำลังในการสงเคราะห์บุคคล มีมนุษยสัมพันธ์ ท่านสงเคราะห์บุคคลต่างๆ ด้วย
สังคหวัตถุธรรม คือ
ทาน - ให้ด้วยเมตตาธรรมทั้งวัตถุทานและธรรมทาน
ปิยวาจา - พูดด้วยถ้อยคําอ่อนหวานน่ารัก จึงผูกใจบุคคลต่างๆ ไว้ได้
อัตถจริยา - การบำเพ็ญประโยชน์แก่บุคคลอื่น
สมานัตตตา - การมีตนเสมอต้นเสมอปลายไม่ถือตัว
นอกจากนี้ท่านยังมีความเป็นผู้ใหญ่ที่ดีเป็นที่เคารพรัก และนับถือของบุคคลทั่วไปทั้งฝ่ายบรรพชิต และคฤหัสถ์ คุณธรรมที่สำคัญเป็นหลักคือ พรหมวิหารธรรม คือ
๑. เมตตา ความรัก ปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข
๒. กรุณา ความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์
๓. มุทิตา ความพลอยยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี
๔. อุเบกขา การวางเฉย ใจเป็นกลาง กระทำสิ่งต่างๆ ประกอบด้วยเหตุผล
พระญาณโมลี ได้บำเพ็ญกรณียกิจ และศาสนกิจ “ยังประโยชน์ตนและประโยชน์ ท่านให้ถึงพร้อม” แล้วตามปัจฉิมโอวาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านจึงเป็นพระภิกษุที่สมควร ยกย่องเป็นอย่างยิ่งจากประวัติ ผลงาน และเกียรติภูมิด้านต่างๆ ที่ปรากฏ แสดงให้เห็นว่า พระญาณโมลี เจ้าอาวาสวัดนิคมวชิราราม และเจ้าคณะอำเภอชะอำ เป็นผู้มีความรู้ มีประสบการณ์ และมีความสามารถสูงในการพัฒนาชุมชน โดยได้สร้างผลงานให้ประจักษ์อย่างหลากหลาย เป็นที่ยอมรับ และเป็นที่เคารพนับถือของบุคคลทั่วไป จึงเห็นสมควรอย่างยิ่งที่จะยกย่องเชิดชูเกียรติให้พระญาณโมลี ได้รับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาศิลปศาสตร์ โปรแกรมวิชาการพัฒนาชุมชน เพื่อเป็นเกียรติประวัติเป็นศักดิ์ศรี และเป็นตัวอย่างที่ดีงาม แก่คณะสงฆ์จังหวัดเพชรบุรี ประชาชน และอนุชนรุ่นหลังสืบไป