พระครูสิริพัชรานุโยก (บุญชู อกิญจโน)
ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิตกิตติมาศักดิ์ สาขาวิชาศิลปศาสตร์ โปรแกรมวิชาการศิลปกรรม ปี พ.ศ. 2547
พระสงฆ์

รูปภาพ

พระครูสิริพัชรานุโยก (บุญชู อกิญจโน)

 
ปริญญา
ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิตกิตติมาศักดิ์ สาขาวิชาศิลปศาสตร์ โปรแกรมวิชาการศิลปกรรม  ปี พ.ศ. ๒๕๔๗
 
ประวัติส่วนตัว
           พระครูสิริพัชรานุโยค ฉายา อกิญจโน อายุ ๖๕ ปี พรรษา ๔๖ พรรษา น.ธ. เอก วัดบันไดทอง ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบันไดทอง และเจ้าคณะตำบลบ้านกุ่ม ตำบลธงชัย อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
 
สถานะเดิม
ชื่อ นายบุญชู กาเรียนทอง เกิดวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๔๗๘
 
บิดา-มารดา
นายช่วง มารคา นางผิน กาเรียนทอง บ้านเลขที่ ๕๑ ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
 
อุปสมบท
วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๐๑ ณ วัดบันไดทอง ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี พระอุปัชฌาย์ พระครูพิศาลสมณกิจ วัดยาง เจ้าคณะอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
 
วิทยฐานะ 
พ.ศ. ๒๔๘๐      สำเร็จขั้นประถมปีที่ ( โรงเรียนบ้านวัดบันไดทอง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี)
พ.ศ. ๒๕๐๒      สอบได้นักธรรมเอก สำนักวัดบันไดทอง ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
 
ประวัติการทำงานและผลงาน
พ.ศ. ๒๕o๔      เป็นกรรมการอำนวยการสอบธรรมสนามหลวง และประธานสอบนวกภูมิประจำตำบล
พ.ศ. ๒๕๐๔      เป็นกรรมการตรวจข้อสอบธรรมสนามหลวง
พ.ศ. ๒๕๐๔      เป็นครูสอนปริยัติธรรมถึงปัจจุบัน
พ.ศ. ๒๕๐๘      ได้รับแต่งตั้งเป็นพระกรรมวาจาจารย์
พ.ศ. ๒๕๑๙      ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดบันไดทอง ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๑๙      ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลบ้านกุ่ม ตำบลธงชัย อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๑๙      เป็นเจ้าสำนักเรียนแผนกธรรม วัดบันไดทอง
พ.ศ. ๒๕๑๙      ตั้งสำนักเรียนธรรมศึกษา ณ โรงเรียนวัคบันไดทอง และเป็นครูช่วยสอนธรรมศึกษา
พ.ศ. ๒๕๑๙      เป็นกรรมการอำนวยการสอบธรรมสนามหลวง
พ.ศ. ๒๕๒๑      สอบเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับรางวัลที่ ๑ ระดับประเทศ
พ.ศ. ๒๕๓๖      เป็นประธานก่อตั้งกองทุนสงเคราะห์การศึกษานักเรียน โรงเรียนวัดบันไดทอง
พ.ศ. ๒๕๓๘      เป็นประธานก่อตั้งศูนย์พัฒนาเค็กเล็กประจำตำบลบ้านกุ่ม
 
ผลงานดีเด่นที่สมควรได้รับการยกย่อง
ด้านการอนุรักษ์ติลปวัฒนธรรมอันดีงามของไทย
           พระครูสิริพัชรานุโยค เป็นผู้มีความรอบรู้และสนใจศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัดบันไดทองเป็นวัดที่มีอายุเก่าแก่ในสมัยอยุธยาตอนปลาย ประกาศตั้งวัด พ.ศ. ๒๒๗๕ ตรงกับรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ และรูปแบบศิลปกรรมของศาสนสถานมีรูปแบบเฉพาะ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่สมควรแก่การอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างยิ่ง ท่านจึงได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง และรักษารูปแบบเดิมเอาไว้ เพื่อเป็นแหล่งศึกษา และเป็นมรดกไทยเพชรบุรีสืบไป เช่น
- บูรณะโบสถ์วัดบันไดทอง ซึ่งรักษารูปแบบอุโบสถเดิมเอาไว้อย่างสวยงาม มั่นคงถาวร และอาศัยแรงงานจากพระสงฆ์วัดบันไดทอง
- บูรณะเจดีย์ประธานและรองประธานหน้าอุโบสถ เจดีย์ประธานมีรูปทรงแปลก ฐานสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้ 12 ไปจนถึงองค์ระฆัง และไม่มีเสาหาร ส่วนเจดีย์รองประธานเป็นเจดีย์รูปทรงปรางค์ไทย เป็นปรางค์มหายานทรงมะละกอ มีซุ้มจรนัมทั้งสี่ทิศ เป็นรูปทรงที่แปลก มีอยู่ที่วัคบันไดทองเพียงแห่งเดียว ได้อนุรักษ์รูปแบบเดิมไว้ทุกประการ ตามกรรมวิธีของกรมศิลปากร
- บูรณะมณฑปจตุรมุข สร้างพร้อมกับอุโบสถ เป็นมณฑปขนาดเล็กที่สวยงามมากตกแต่งด้วยลายปูนปั้น ในช่วงย่อมุมของยอดมณฑป เป็นรูปครุฑจับพญานาคสวยงาม และลวดลายหน้าบันปั้นได้สวยงามมาก
- บูรณะวิหารพระพุทธบาท เป็นวิหารขนาดกลาง ฐานตรง หลังคาซ้อน มีเชิงชายยื่นออกมา แต่ไม่มีคันทวยรองรับ เป็นรูปทรงแบบของสถาปัตยกรรมไทยสมัยอยุธยาตอนต้น ระยะหลัง ผนังฉาบด้วยปูนตำรักษาสภาพเดิมให้คงทนไว้
- บูรณะหอระฆัง หอระฆังวัดบันไดทองมีรูปแบบที่ผิดแผกไปจากวัดอื่นๆ มีรูปแบบเป็นศิลปะผสมผสานระหว่างโรมัน จีน และไทย เป็นความสามารถพิเศษ ทำให้เกิดความกลมกลืนได้อย่างงดงาม
- อนุรักษ์หย่องวัดบันไดทอง หย่องเป็นส่วนประกอบตกแต่งของหน้าต่างสำหรับยกหน้าต่างให้สูงขึ้น มีทั้งหย่องกลึงและหย่องแกะสลัก เพื่อใช้ในการตกแต่งให้แลดูสวยงามขึ้น แม้มิได้รับน้ำหนักใดๆ และไม่มีความจำเป็น แต่ท่านก็อนุรักษ์เอาไว้เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษาต่อไปสำหรับอนาคต
- อนุรักษ์แบบแผนในการวางผังกุฏิสงฆ์โบราณ อันประกอบไปด้วยหอสวดมนต์ หอฉัน โรงครัว และกุฏิสงฆ์ เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษาของอนุชนรุ่นหลัง
- อนุรักษ์แบบศาลาพักร้อน ตามรูปแบบสมัยโบราณเพื่อสืบสานเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย และเป็นการสืบสานมรดกไทย ภูมิปัญญา ภูมิธรรม ตามวิถีชีวิตสังคมไทยให้อนุชนรุ่นหลัง
- อนุรักษ์วรรณกรรมพระมหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์ทศพร อาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว ผู้สันทัดในวรรณศิลป์ กล่าวว่าเป็นฉบับที่สมบูรณ์ที่สุด
- อนุรักษ์ตู้พระไตรปิฎกลายรดน้ำสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาลายรดน้ำที่มีความประณีต และสวยงามมาก ด้านล่างของตู้เป็นเรื่องรามเกียรติ์ ตกแต่งส่วนประกอบด้วยลายกนกเปลว
 
ด้านการส่งเสริมสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของไทย
           พระครูสิริพัชรานุโยค ดำรงตนอย่างสมถะ ไม่สะสมเงินทอง พุทธศาสนิกชนศรัทธาในคุณงาม ความดี การประพฤติปฏิบัติตนของพระครูสริพัชรานุโยค จึงมีจิตเป็นกุศลได้บริจาคทรัพย์สินเงินทองและทรัพย์สินเงินทอง และทรัพย์สินเหล่านี้เป็นเสมือนสายธารบันคาลใจในการสร้างสรรค์งานศิลปกรรมให้เป็นมรดกไทย เพชรบุรี โคยมิได้เห็นแก่ประโยชน์ตนเอง ผลงานได้ปรากฎออกมาเป็นมรดกไทย ภูมิปัญญาไทย ดังนี้
- สร้างหอปริยัติธรรมและห้องสมุดประชาชน ใช้รูปแบบอาคารประเพณี มีช่อฟ้า ใบระกา และหัวนาค หน้าบันเป็นลายปูนปั้น ลอยตัวรูปพระนารายณ์ทรงครุฑ แล้วลงสีตามอิทธิพลการเขียนในภาพขึ้น (sculpur painting) เป็นศิลปะอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าศึกษาซึ่งเป็นที่นิยมในยุดศิปพื้นฟูของยุโรป
- สร้างพระพุทธรูปใหญ่ปางมารวิชัย ลงรักปิดทอง อิทธิพลสุโขทัยและซุ้มพระตกแต่งด้วยลายปูนปั้น โดยช่างเพชรบุรี เพื่อให้เป็นที่พึ่งพาทางใจปลุกกระแสจิตให้เกิดขึ้นในความดีงามและเป็นการถ่ายทอดพุทธศิลปงานปฏิมากรรมในรูปแบบของสุโขทัย เพื่อการเรียนรู้ในลักษณะของศิลปรูปแบบสุโขทัยจังหวัดเพชรบุรี
- สร้างกุฏิสงฆ์ไหม่แทนกุฏิสงฆ์เดิมที่ชำรุด ใช้แผนผังรูปแบบเดิมของกุฏิเป็นหลักใต้ถุนสูง มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าบันตกแต่งด้วยลายจำหลักไม้ ปิดทองร่องชาดประดับกระจกสีด้วยฝีมือช่างที่พระครูสิริพัชรานุโยค รังสรรค์ขึ้นเอง สืบสานรูปแบบคันทวยหน้าตั๊กแตนจากศาลาการเปรียญวัดใหญ่สุวรรณาราม ใช้ฝาปะกนกุฏิเก่าเพื่อการอนุรักษ์ แผงคอสอง แกะสลักเป็นลายฉลุ ในส่วนของห้องสวดมนต์ทำเป็นคูหาและสลักลวดลายสวยงามมาก หน้ากุฏิสงฆ์สร้างมุขยื่นออกมารับกุฏิสงฆ์ เสริมความงามให้กับกุฏิสงฆ์ ภายใต้วิสัยทัศน์ในเชิงศิลป์ของพระครูสิริพัชรานุโยค
- สร้างศาลาพักร้อน ๘ หลัง สำหรับผู้เดินทางโดยรอบ เป็นศาลาทรงไทยรูปแบบประเพณีภาคกลางเพชรบุรี มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าบันตกแต่งด้วยลายปูนปั้น เป็นภาพจับทุกด้านสวยงาม ทุกส่วนมีความประณีตและวิจิตรบรรจง ได้สัดส่วน และได้ทั้งประโยชน์ใช้สอยและความงามในด้านวิจิตรศิลป์
- สร้างศาลาอเนกประสงค์ เป็นศาลาที่เปิดโอกาสให้ช่างได้สร้างผลงานตามความสามารถ ภายใต้กำกับการควบคุมโดยพระครูสิริพัชรานุโยค เช่น งานปูนปั้น โดยช่างบรรจบ บุญประเสริฐ การออกแบบหน้าบันศาลาโดยอาจารย์ประสม สุสุทธิ ภาพแกะสลักหินแกรนิต โดยอาจารย์จักรี จันทรเวโรจน์ ออกแบบซุ้มคูหาโคยอาจารย์สัณฐาน ถิรมนัส รูปแบบเนื้อหาของลวดลายปูนปั้น แฝงไว้ด้วยปรัชญาธรรม ปลุกจิตสำนึกให้คิดเป็นคติชีวิต นอกจากความสวยงามที่ช่างได้แสคงความสามารถอย่างวิจิตรบรรจงแล้ว ศิลปกรรมอันหลากหลายนี้จักเป็นมรดกไทยเพชรบุรีที่มีคุณค่าอีกชิ้นหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี และยังเป็นการเปิดเวทีให้ช่างได้มีโอกาสแสดงผลงาน สมดังที่พระเดชพระคุณเจ้าคุณพระธรรมรัตนคิลก กล่าวว่า "การอนุรักษ์ศิลปกรรม จะต้องอนุรักษ์คนด้วย คนหรือช่าง เป็นผู้สร้าง สืบทอดและสืบสานงานช่างศิลปกรรมให้คงอยู่สืบต่อไป"
- สร้างอนุสรณ์สถานบันทึกจารึกประวัติวัด เป็นนุสรณ์สถานตามเกณฑ์กำหนดของวัดพัฒนา พระครูสิริพัชรานุโยคมีวิสัยทัศน์ในเชิงศิลป์ที่จะต้องสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์ทั้งสองทาง ให้มีคุณค่าในทางศิลป์และประโยชน์ที่เป็นเป้าหมายหลัก อนุสรณ์สถานบันทึกจารึกประวัติจึงมีรูปทรงแปดเหลี่ยมประดับด้วยหินแกรนิต แกะสลักตัวอักษรลงทองทุกด้าน ส่วนบนเป็นรูปธรรมจักรและกวางหมอบอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของพระพุทธศาสนาด้วย
- สร้างสระน้ำนารายณ์บรรทมสินธุ์ เป็นการเสริมสร้างบรรยากาศให้เกิดความชุมฉ่ำคลายร้อน โคยมีศิลปปูนปั้นเป็นสื่อ เป็นงานปูนปั้นผสมผสานกับธรรมชาติ เป็นงานศิลปกรรมอีกจุดหนึ่งที่มีความงดงามยิ่ง มีความสมบูรณ์อยู่ในตัว ในส่วนของน้ำมีรูปปูนปั้นปลาพ่นน้ำรอบๆ สระ ในช่วงเวลากลางคืน จะมีสีสันสะดุดตาด้วยแสงไฟฟ้าใต้น้ำ
- สร้างมณฑปพระครูสุตานุโยก ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปพระพุทธชินราชองค์ใหญ่แบบสุโขทัย รอบๆ มณฑป ซุ้มคูหาและเสาตกแต่งด้วยลายปูนปั้น และภาพปั้นลอยตัวแยกฐานมณฑปเอาไว้ แต่เดิมเป็นมาปนกิจสถานที่หลวงพ่อพระครูสุตานุโยคสร้างไว้สภาพชำรุดทรุดโทรม ต้องทุบทิ้ง แต่ด้วยความเป็นผู้มีเอตะทัคคะทางศิลปของพระครูสิริพัชรานุโยค เมื่อทุบรื้อได้เห็นร่องรอยของความเป็นมณฑปปรากฏ จึงปรับแต่งเปลี่ยนให้เป็นมณฑปที่สวยงามได้ และยังเป็นอนุสรณ์ที่แสดงถึงความกตัญญูต่อพระครูสุตานุโยค อดีตเจ้าอาวาสผู้มรณะภาพไปแล้ว
- สร้างเรือนไทยศึกษา เป็นเรือนไทยภาคกลางเพชรบุรี ขนาดย่อส่วนตามสภาพของวัสดุที่มีอยู่เดิมบ้างแล้ว สวยงาม สมส่วน กะทัดรัด ตามแบบแผนเรือนไทยโบราณแบบเพชรบุรี เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษารูปแบบเรือนไทยภาคกลางเพชรบุรีอย่างถูกต้อง นับตั้งแต่การกำหนดผัง การกำหนดเรือนและห้อง โดยเฉพาะรูปแบบของจั่ว ขึ้นลม เรือนไทยภาคกลางเพชรบุรีแบบมีตัวเหงา และเพื่อให้เป็นคติเตือนใจสอนผู้คนที่มาชมหรือผ่านไปมา รู้จักระเบียบประเพณีไทยแต่โบราณใครมาถึงเรือนชานให้ต้อนรับ และการชี้นำที่เด็กควรเลียนแบบผู้ใหญ่ในการไหว้ ทักทาย ซึ่งปัจจุบันกำลังจะกลายเป็นปัญหาสังคม ด้วยอิทธิพลของต่างชาติเข้ามามีบทบาท รูปหล่อปูนปั้นหน้าเรือนไทยศึกษาจะเป็นงานประติมากรรมอันล้ำค่าในอนาคตที่จะเสริมสร้างความเป็นไทยและประเพณีไทย
- สร้างศาลาเฉลิมพระเกียรดิจตุรมุข (หอพระไตรปีฎกกลางน้ำ) เป็นศาลากลางน้ำที่มีเสารองรับเพียงตันเดียว ด้วยความรู้สึกที่ท้าทายที่เกิดขึ้น ต้องการทดสอบภูมิปัญญา พระครูสิริพัชรานุโยคจึงขอให้มีเสาต้นเดียวรับศาลาเฉลิมพระเกียรติจตุรมุข ยอดของศาลาจตุรมุขเพื่อให้เป็นศาลาเฉลิมพระเกียรติโดยแท้ จึงกำหนดรูปแบบให้เป็นยอดมงกุฎแทนยอดนพศล แบบที่มีอยู่ทั่วไป หน้าบันศาลาจตุมุขตกแต่งด้วยลายปูนปั้น เป็นภาพจับชุดรามเกียรติ์สวยงามมาก รอบๆ สระน้ำเสริมด้วยปูนปั้นลอยตัวเป็นรูปกลุ่มกินนรี และแม่ธรณีบีบมวยผม เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ว่างในด้านประโยชน์ใช้สอย เพื่อให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ รวมทั้งส่งเสริมให้รักการอ่านหนังสือธรรมะ เสมือนห้องสมุดเคลื่อนที่ท่ามกลางบรรยากาศของความงามตามธรรมชาติและการปรุงแต่งด้วยงานศิลปกรรมอันทรงคุณค่า
- สร้างเสาไฟช้างหมอบ เพื่อให้เกิดความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย เสริมบรรยากาศภายในวัดให้เกิดความกลมกลืน เป็นทิศทางเดียวกันกับศิลปกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นมา
 
รางวัลแห่งสมณเพศ
           จากผลงานดีเด่นอย่างหลากหลาย ซึ่งพระครูสิริพัชรานุโยคร่วมกับคณะสงฆ์และสาธุชนได้สร้างขึ้น ผลงานต่าง ๆ เป็นที่ประชักษ์และยอมรับกันโดยทั่วไป ต่างกล่าวขานกันว่า "วัคบันไดทองดีเยี่ยม งดงาม" บุคคลและหน่วยงานต่าง ๆ ที่ตระหนักในความสำคัญในการยกย่องคนดี ต่างก็ยกย่องเกียรติคุณ ที่สำคัญคือ วัดบันไดทองได้รับคัดเลือกให้เป็นวัดพัฒนาที่มีผลงานระดับประเทศ ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ และพระครูสิริพัชรานุโยค เจ้าอาวาสวัดบันไดทอง ได้รับคัดเลือกผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประเภทส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมมรดกไทยทางพระพุทธศาสนา ได้รับพระราชทานเสาเสมาธรรมจักร ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ แม้พระเดชพระคุณ พระธรรมรัตนดิลก เจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี วัดมหาธาตุวรวิหาร ศูนย์วัฒนธรรมท้องถิ่นวัดภาคกลาง ยังกล่าวชมว่า "ภูมิใจที่เลือกไม่ผิดและชื่นใจจริงๆ"
           พระธรรมวิสุทธาจารย์ อดีตเจ้าคณะภาด ๑๕ ได้มาตรวจเยี่ยมวัดบันไดทอง เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ๒๕๔0 ไส้กล่าวชื่นชมพระครูสิริพัชรานุโยคไว้ว่า "วันนั้นหลังจากเสร็จงานที่วัดบางขุนไทรแล้วก็ได้มีโอกาสมาชมวัดบันไดทองรู้สึกตื่นเต้นในความมีระเบียบ เรียบร้อย สวยงาม ของสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ พิจารณาดูแล้วทำให้นึกถึงสมบัติของพระอินทร์ในสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์” จากวันนั้น รุ่งขึ้นผมได้ไปงานที่วัดบางเกาะเทพศักดิ์ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ได้เล่าให้พระหลายรูปที่นั่งคุยกันถึงความสวยงาม มีระเบียบเรียบร้อยของวัดบันไดทอง บางท่านบอกว่าเคยมาวัดบันไดทอง ท่านเหล่านั้นต่างพากันชมเป็นเสียงเดียวกันว่า สวยงามมาก ๆ ด้วยความปลื้มปีตียินดี จึงได้ถือ โอกาสระบายความในใจออกมาเป็นตัวอักษร เพื่อสดุดีในความสามารถของท่านพระครูฯ ผู้อัจฉริยะ

 

 

 

 

 


Copyright © 2022 เว็บไซต์ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาราชภัฏเพชรบุรี