พระวชิรธรรมคณี (ผ่อง มิ่งแม้น)
ปริญญา
ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม กลุ่มการจัดการงานก่อสร้าง ปี พ.ศ. ๒๕๕๕
ชื่อ – สมณศักดิ์
พระวชิรธรรมคณี ฉายา สุวิโร อายุ ๖๐ ปี พรรษา ๓๙ ปี
สถานะเดิม
ชื่อ ผ่อง นามสกุล มิ่งแม้น เกิด วันที่ ๕๔ เดือน ธันวาคม พ.ศ.๒๔๙๖
บิดา-มารดา
นายหวน มิ่งแม้น มารดา นางเชื่อม มิ่งแม้น
บ้านเลขที่
๕๘ หมู่ที่ ๕ ตำบลหนองจอก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
อุปสมบท
วันที่ ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ ณ วัดหนองจอก ตำบลหนองจอก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
พระอุปัชฌาย์
พระครูญาณพ็ชรรัตน์ วัดหนองจอก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
ที่อยู่ปัจจุบัน
วัดหนองจอก ตำบลหนองจอก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
ตำแหน่งหน้าที่การงานในปัจจุบัน
เจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี และเจ้าอาวาสวัดหนองจอก
สถานที่ติดต่อปัจจุบัน
วัดหนองจอก ตำบลหนองจอก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี โทรศัพท์ ๐๘-๗๑๖๑-๙๕๙๔
ตำแหน่งหน้าที่การงานในปัจจุบัน
- เป็นที่ปรึกษาสภาครูสอนพระปริยัติธรรม อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
- เป็นที่ปรึกษาสภาพระเผยแผ่จังหวัดเพชรบุรี
- เป็นกรรมการสถนศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนหนองจอกวิทยา โรงเรียนบ้านหนองเกตุ โรงเรียนบ้านหันตะเภา
- เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นประธานกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์วัดหนองจอก
- เป็นหัวหน้าพระธรรมทูต จังหวัดเพชรบุรี
- เป็นประธานที่ปรึกษาครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน จังหวัดเพชรบุรี
ประวัติการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๒๔ สอบได้ตามหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา จากโรงเรียนบาลีเตรียมอุดมศึกษามหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๓๒ สอบไล์ได้ประกาศนียบัตรครูพิเศษมัธยมศึกษา (พ.ม.) จาก กองส่งเสริมวิทยฐานะครูกระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๑๙ สอบได้นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนคณะจังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๒๖ สอบไส่ได้เปรียญธรรม ๕ ประโยค (ปธ.๕) สำนักเรียนวัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
ประวัติการฝึกอบรม
พ.ศ. ๒๕๒๕ ฝึกอบรมและสอบไถ่ได้เป็นผู้ทรงจำพระปาฏิโมกข์ ของคณะสงฆ์จังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๓๖ ฝึกอบรม พระอุปัชฌาย์ ณ วัดสามพระยา กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๓๗ ฝึกอบรม พระธรรมทูต ณ วัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
ความรู้ความชำนาญพิเศษ
การก่อสร้าง , การออกแบบอาคารทรงไทย , พิมพ์ดีดไทย , คอมพิวเตอร์
การศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม
การศึกษาหาความรู้ทางด้านอื่น ๆ เพิ่มเติมนั้น พระวชิรธรรมคณี มีความสนใจในการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับงานด้านก่อสร้าง ช่างไม้ และช่างไฟฟ้า โดยการศึกษาจากตำราเอกสารวิชาการต่างๆ ตลอดจนขอคำแนะนำจากผู้ที่เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถ โดยท่านได้นำความรู้ในศาสตร์ด้านต่าง ๑ มาเพื่อก่อสร้างและพัฒนาวัดหนองจอก จนเป็นวัดที่มีสัปปายะสวยงาม รื่นรมย์ น่าปฏิบัติธรรม จนได้รับการยกย่องเชิดชูจากกรมการศาสนาและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตลอดจนยังช่วยแนะแนวทางในการก่อสร้างหรือพัฒนาวัด ในจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงบ้านเรือน สถานที่ราชการ ที่ได้มาขอคำปรึกษาจากท่านมากมาย ในการศึกษาค้นคว้าท่านยึดหลักธรรมแห่งการเสริมสร้างปัญญา ถือหลักวุฒิธรรม ๔ ประการ คือ
๑. สัปปุริสสังเสวะ การเสวนาผู้รู้
๒. สัทธัมมัสสวนะ ฟังดูคำสอน
๓. โยนิโสมนสิการ คิดให้แยบคาย
๔. ธรรมานุธรรม ปฏิบัติให้ถูกหลัก
นอกจากนั้น ท่านยังเป็นผู้ที่นำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้ามาปาฐกถาธรรมและบรรยายธรรมทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเพชรบุรีและท่านได้ศึกษาหาความรู้ด้านการก่อสร้าง โดยเฉพาะสถาปัตยกรรมไทย จนมีความรู้ความเข้าใจ จนสามารถเป็นที่ปรึกษาในการก่อสร้างหรือพัฒนา วัด สถานที่ราชการ บ้านเรือนประชาชน และสถานที่สาธารณะ มากมายจนได้รับคำกล่าวขวัญถึงความสามารถในด้านนี้อย่างมาก
ประสบการณ์ทำงาน
พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหนองจอก
พ.ศ. ๒๕๓๒ เป็นพระเปรียญและบัณฑิตอาสาพัฒนา ของกรมการศาสนาประจำสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๓๒ เป็นประธานหน่วยส่งเสริมศีลธรรมหน่วยที่ ๒๐๗ ของกรมการศาสนา วัดหนองจอก
พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นเจ้าอาวาสวัดหนองจอก
พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นพระกรรมวาจาจารย์
พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นเจ้าคณะตำบลหนองจอก
พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นเจ้าคณะอำเภอท่ายาง-แก่งกระจาน
พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี
นอกจากนั้นพระวชิรธรรมคณียังมีประสบการณ์ทำงานในหน้าที่อื่นๆอีกหลายหน้าที่ อาทิ
- เป็นที่ปรึกษาสภาครูสอนพระปริย์ติธรรม อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี
- เป็นที่ปรึกษาสภาพระเผยแผ่จังหวัดเพชรบุรี
- เป็นกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนหนองจอกวิทยา โรงเรียนบ้านหนองเกตุ โรงเรียนบ้านหันตะเภา
- เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นประธานกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์วัดหนองจอก
- เป็นหัวหน้าพระธรรมทูต จังหวัดเพชรบุรี
- เป็นประธานที่ปรึกษาครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน จังหวัดเพชรบุรี
ผลงานทางวิชาการและ/หรือความเชี่ยวชาญพิเศษ/ผลงานดีเด่น/ได้รับการยกย่อง
๑. ด้านงานวิจัย
พระวชิรธรรมคณี มีความรอบรู้และประสบการณ์เรื่องงานนวกรรม (การก่สร้าง) ท่านเป็นนวกัมมาธธิฏฐฐายี (ผู้อำนวยการก่อสร้าง) เป็นนวกัมมิกะ (ผู้ดูแลนวกรรม) ทำหน้าที่ดูแลการก่อสร้างแลปฏิสังขรณ์ในอาราม
พระวชิรธรรมคณี ได้เรียนรู้งานนวกรรมจากประสบการณ์ จากผู้รู้และจากการปฏิบัติจริง โดยมีการศึกษาอย่างเป็นระบบ มีการศึกษาความต้องการและความจำเป็นในการใช้อาคารในวัด มีการวางแผนแม่บทในการก่อสร้างอาคารต่าง ๑ มีการดำเนินการก่อสร้าง ปฏิสังขรณ์ตามกำลังทรัพยากรและความจำเป็นโดยมุ่งเน้นความแข็งแรง ความสวยงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ประโยชน์ใช้สอยในการประกอยศาสนกิจของวัดและชุมชน และมีการจัดภูมิทัศน์ให้ร่มนสะอาด มีบรรยากาศและสัปปายะเหมาะสมในการศึกษาปฏิบัติและการเผยแผ่ธรรมะอีกด้วย
พระวชิรธรรมคณี ได้ศึกษาและเรียนรู้แล้ว รู้เรื่องงานนวกรรมต่าง ๑ เป็นอย่างดี แล้วได้นำความรู้เรื่องงานนวกรรมมาใช้บูรณะปฏิสังขรณ์และก่อสร้าง พัฒนาวัดหนองจอกจนได้รับรางวัลวัดพัฒนาตัวอย่าง
ความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้างที่ได้จากการสัมภาษณ์พระวชิรธรรมคณี
- โครงสร้างของสิ่งปลูกสร้าง
- วัสดุก่อสร้างที่ใช้ประกอบโครงสร้าง
๑. โครงสร้างไม้ นิยมใช้กับอาคารขนาดเล็ก และขนาดกลาง โดยมีน้ำหนักเบา ยึดหยุ่นได้ดี ก่อสร้างง่าย แต่รับน้ำหนักได้ปานกลาง และมีความกว้างขวางของช่วงเสาไม่มากนัก ไม่ทนไฟ ไม่ทนต่อปลวกและสภาพดินฟ้าอากาศที่รุนแรง แต่เนื่องจากปัจจุบันไม้มีราคาแพงและหายากขึ้น จึงนิยมใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กแทนมากขึ้น
๒. โครงสร้างเหล็กและคอนกรีตเหล็ก นิยมใช้กับอาคารขนาดใหญ่ โดยจะต้องทำการคำนวณโครงสร้างและกำหนดรายละเอียดต่าง ๑ ประกอบแบบโครงสร้าง คุณสมบัติของเหล็ก มีความแข็งแรงและรับแรงดึงได้สูง มีความยืดหยุ่นดี ทำงาน
รางวัล/เกียรติบัตร/เครื่องราชอิสรยาภรณ์
รางวัล
พระวชิรธรรมคณี ได้บริหารจัดการวัดหนองจอก แล้วมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ จึงได้รับรางวัลคือ รางวัลวัดพัฒนาตัวอย่าง ปี พ.ศ.๒๕๔๐ จากกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ
สมณศักดิ์
พระวชิรธรรมคณี ได้ทำงานกิจการคณะสงฆ์ ได้รับการแต่งตั้งทำงานในตำแหน่งต่าง ๆ และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์โดยลำดับ ดังนี้
พ.ศ. ๒๕๓๖ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นเอกที่ พระครูวิสิฐวีรคุณ
พ.ศ. ๒๕๓๗ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลหนองจอก ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นเจ้าคณะตำบลชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอท่ายาง-แก่งกระจาน
พ.ศ.๒๕๔๓ ได้รับเลื่อนสมศักดิ์เป็นเจ้าคณะอำเภอ ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
พ.ศ.๒๕๕๔ ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี (๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๔)
พ.ศ.๒๕๕๔ ได้รับคำสั่งเจ้าคณะภาค ๑๕ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี (๓๐ กันยายน ๒๕๕๔)
พ.ศ.๒๕๕๔ ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี (๔ ธันวาคม ๒๕๕๔)
พ.ศ.๒๕๕๕ ได้รับพระราชทนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะมีราชนามว่า พระวชิรธรรมคณี (๕ ธันวาคม ๒๕๕๕)