พระราชสุรรณมุนี (แคล้ว นาคปุรยานันท์)
ปริญญา
ปริญญาครุศาสตรดบุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา ปี พ.ศ. ๒๕๕๙
สถานะเดิม
ชื่อ แคล้ว นามสกุล นาคปุรยานันท์ บ้านหมู่ที่ ๖ ตำบลทุ่งระยะ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร
วันเดือนปีเกิด
วันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๔
บิดามารดา
นายเลข นาคปุรยานันท์ - นางชื่น นาคปุรยานันท์
อุปสมบท
วันที่ ๑๖ เดือน มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๔ ณ วัดแหลมปอ ตำบลสวี อำเภอสวี จังหวัดชุมพร พระอุปัชฌาย์ พระครูสุวีราสยคุณ วัดแหลมปอ ตำบลสวี อำเภอสวี จังหวัดชุมพร
ที่อยู่ปัจจุบัน
วัดมหาธาตุวรวิหาร ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
ตำแหน่งหน้าที่การงานในปัจจุบัน
- ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี และเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดมหาธาตุวรวิหาร สถานที่ติดต่อปัจจุบัน วัดมหาธาตุวรวิหาร ตำบลคลองกระแซง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี โทรศัพท์ ๐๘-๑๙๒๐-๑๔๔๐
- ที่ปรึกษาสภาครูสอนพระปริยัติธรรม จังหวัดเพชรบุรี
- ที่ปรึกษาสภาพระเผยแผ่จังหวัดเพชรบุรี
- ประธานคณะกรรมการอำนวยการโรงเรียนสุวรรณรังสฤษฏ์วิทยาลัย จังหวัดเพชรบุรี
- เป็นที่ปรึกษาพระธรรมทูต จังหวัดเพชรบุรี
- เป็นประธานที่ปรึกษาครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน จังหวัดเพชรบุรี
- เป็นประธานกรรมการมูลนิธิพระเทพสุวรรณมุนี
ประวัติการศึกษา
พ.ศ. ๒๔๙๓ สอบไลได้นักธรรมชั้นเอก สำนักศาสนศึกษาวัดมหาธาตุวรวิหาร อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี สำนักเรียนคณะจังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๔๙๙ สอบได้ประโยคครูพิเศษมูล
พ.ศ. ๒๕๐๐ สอบได้เปรียญธรรม ๗ สำนักศาสนศึกษาวัดมหาธาตุวรวิหาร อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี สำนักเรียนคณะจังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๐๒ สำเร็จเตรียมอุดมศึกษา แผนกอักษรศาสตร์ โดยการสมัครสอบ จังหวัดเพชรบุรี
การศึกษาพิเศษ
วิชาการเทศนา, ปาฐกถาธรรม, บรรยายธรรม, อักษรศาสตร์, บริหารการศึกษา, ภาษาอังกฤษ, ชวเลข, การเลขานุการ
ความชำนาญพิเศษ
เป็นนักบริหาร นักวิชาการ และนักปฏิบัติที่มองการณ์ไกล มีวิสัยทัศน์ เป็นวิทยากร เทศนา ปาฐกถาธรรม บรรยายธรรม แต่งหนังสือสารคดีประกอบธรรมะ เขียนบทความธรรมะ สอนนักธรรม สอนบาลี ทรงจำ-สวดพระปาฏิโมกข์
ประสบการณ์ทำงาน
พ.ศ. ๒๔๙๘ เป็นครูใหญ่โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดมหาธาตุวรวิหาร แผนกบาลีและแผนกธรรม
พ.ศ. ๒๔๙๙ เป็นพระวินัยธรจังหวัด
พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นพระกรรมวาจาจารย์
พ.ศ. ๒๕๑๑ เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดมหาธาตุวรวิหาร อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นรองเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดมหาธาตุวรวิหาร อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ. ๒๕๔2 เป็นรักษาการเจ้าคณะอำเภอหนองหญ้าปล้อง
พ.ศ.๒๕๔๗ เป็นประธานการสอบพระผู้ทรงจำพระปาฏิโมกข์
พ.ศ.๒๕๔๘ เป็นเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดมหาธาตุวรวิหาร อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ.๒๕๔๘ เป็นเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ.๒๕๔๘ เป็นหัวหน้าพระธรรมฑูตจังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ.๒๕๕๔ เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี
ผลงานทางวิชาการและ/หรือความเชี่ยวชาญพิเศษ/ผลงานดีเด่น/ได้รับการยกย่อง
ด้านงานวิจัย
พระราชสุวรรณมุนีเป็นพระนักบริหาร พระนักวิชาการ และพระนักปฏิบัติ ท่านมีความรู้สูงด้านเปรียญธรรม มีประสบการณ์ในด้านการปฏิบัติและการทำงาน ท่านศึกษาข่าวสารบ้านเมือง แล้วนำสิ่งต่างๆ มาวิเคราะห์วิจัย จนเกิดการเรียนรู้ เรื่องสถานการณ์ของพระพุทธศาสนา สภาพบ้านเมือง และได้ตระหนักถึงการใช้หลักการของพระพุทธศาสนา และหลักจริยธรรมสากล เป็นหลักในการบริหารจัดการ ส่งเสริมพระพุทธศาสนา การศึกษา ศิลปวัฒนธรรมให้เกิดประโยชน์สุขอย่างยั่งยืน
หลักการบริหารจัดการวัด การศึกษา และการเผยแพร่พระพุทธศาสนา จักต้องมีองค์ประกอบอย่างน้อย ๓ ประการ คือ
๑. ต้องมีความเข้าใจในหลักการของพระพุทธศาสนาอย่างดีและตรงกัน
๒. ต้องมีความรัก ความสามัคคี ความผูกพันที่จะดำเนินการร่วมกัน เต็มใจที่จะทำงานร่วมกันต้องมีอุดมการณ์การพัฒนาพระพุทธศาสนาร่วมกัน ดำเนินงานอย่างจริงจัง และไม่หยุดยั้งเพื่อให้เจริญขึ้นเรื่อยๆ พระราชสุวรรณมุนีได้ตระหนักถึงหลักการของพระพุทธศาสนาและวิธีดำเนินงานเพื่อให้เกิดความเจริญมั่นคงแก่พระพุทธศาสนา และเกิดประโยชน์สุขแก่มนุษยชาติอย่างมีประสิทธิภาพ พระราชสุวรรณนีจึงได้ใช้หลักการดังกล่าวมาดำเนินงานกิจการพระพุทธศาสนา
หลักการเบื้องตันของพระพุทธศาสนาที่พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชน ควรเข้าใจตรงกัน คือ
๑. ศาสนาพุทธคือศาสนาเชิงวิทยาศาสตร์ ใช้หลักแห่งเหตุผล ถือว่าผลเกิดจากเหตุปัจจัย ถ้าต้องการผลดีต้องพยายามทำเหตุให้เหมาะสมที่จะให้เกิดผลนั้นๆ
๒. ศาสนาพุทธยึดหลักการ การพึ่งตนเองเป็นสำคัญ การแก้ปัญหา การจะได้มาในสิ่งที่ปรารถนาและความสำเร็จในเรื่องทุกเรื่องทุกระดับ จะต้องพึ่งตนเองด้วยการกระทำ ซึ่งกรรมวาทีและความอุตสาหะซึ่งเรียกว่า วิริยวาที การรอให้แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเหลือนั้นไม่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนา และไม่เกิดความเจริญแก่ตนเองและสังคม
๓. หัวใจของการปฏิบัติตนตามศาสนาพุทธ คือ "การศึกษา" แต่การศึกษาต้องมีลักษณะเป็น "ไตรสิกขา" คือต้องมีการศึกษาอย่างถูกต้อง ต้องมีประโยชน์ต่อตนเองและสังคม คือต้องมีศีล ต้องมีสมาธิหรือความตั้งใจในการศึกษาปฏิบัติตน พัฒนาตนอย่างต่อเนื่อง และต้องใช้ปัญญาไตร่ตรองหาเหตุและผลในเรื่องนั้นๆ การศึกษาก็จะประสบผลสำเร็จ เกิดความรู้ เกิดการเรียนรู้ที่ถูกต้อง
๔. หน้าที่ของพระสงฆ์ คือ ต้องศึกษาธรรม ปฏิบัติตามธรรมให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และพยายามนำธรรมนั้นๆ เผยแพร่แก่ประชาชน เพื่อประโยชน์แก่ชุมชนอย่างแท้จริง
๕. เป็นเจ้าอาวาสและเป็นพระสังฆาธิการ ต้องมีหน้าที่บริหารวัดและดำเนินงานให้พระสงฆ์ที่อยู่ในวัดและอาคารสถานที่ที่เป็นวัด เป็นไปเพื่อความเจริญของพระพุทธศาสนา และความผาสุกของประชาชน โดยอย่างน้อยต้องให้สอดคล้องกับหลักการของพระพุทธศาสนาจากการศึกษาวิจัยสถานการณ์และการรู้เท่าทันสังคม หลักการของพระพุทธศาสนาและหลักการสากลพระราชสุวรรณมุนี ได้ตระหนักถึงปัญหาและความจำเป็น และมองเห็นการแก้ไขปัญหาต่างๆ จึงได้วาง
หลักการในการบริหารจัดการวัด การบริหารการศึกษา และการบริหารจัดการเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
๑. การบริหารจัดการวัดให้เป็นอุทยานการศึกษาพระราชสุวรรณมุนีได้จัดและพัฒนาบริเวณสถานที่ของวัดให้เป็นอุทยานการศึกษา เป็นศูนย์กลางของชุมชน และเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน เพื่อให้บริการความรู้ ข่าวสารข้อมูล ให้เกิดเจตคติที่ดีแก่ประชาชนทั่วไป และเป็นที่พึ่งทางจิตใจแก่ประชาชน
๒. การจัดอุทยานการศึกษาในวัด มีดังนี้
ด้านบริเวณอาคารสถานที่
๑. จัดวางผังวัดเป็นสัดส่วน โดยแบ่งเขตพุทธาวาส สังฆาวาส โรงเรียน หอประชุมเอนกประสงค์ ศาสนสถานต่างๆ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
๒. จัดวัดให้มีบริเวณร่วมรื่น สวยงาม สะอาด สงบ สร้างศาสนสถานต่างๆ และดูแลรักษาอย่างดี มีความมั่นคง แข็งแรง สวยงาม ทรงคุณค่าทั้งด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนได้เข้ามาพักผ่อนพร้อมทั้งศึกษาหาความรู้
๓. จัดให้มีศูนย์กระจายข่าวเพื่อสอดแทรกความรู้และบริการข่าวสารต่างๆให้แก่ประชาชน
๔. จัดทำพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น เพื่อเป็นแหล่งอนุรักษ์มรดกทางศิลปกรรม จัดแสดงโบราณวัตถุศิลปวัตถุ และวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อเป็นการสนับสนุนให้วัดเป็นแหล่งเรียนรู้ และเป็นแหล่งท่องเที่ยว
๕. จัดทำธรรมสถานเพื่อเป็นสถานที่ฝึกอบรมศีลธรรม จริยธรรม แก่เยาวชนและประชาชน
ด้านกิจกรรม
เป็นแหล่งที่ให้ความรู้ ไม่จำกัดเพศและวัย รวมทั้งให้ความรู้ทางอ้อมและทางตรง
ทางอ้อม ได้แก่ การจัดการเรียนการสอนแบบไม่มีครูผู้สอน สามารถศึกษาได้ด้วยตัวเอง จากสิ่งแวดล้อมหรือสื่อต่างๆ ที่สัมผัสได้ มีเนื้อหาสาระที่อยู่ในความสนใจ และเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน อย่างละเอียดเป็นขั้นตอน หมวดหมู่ สามารถเรียนรู้ได้อย่ารวดเร็ว เข้าใจง่าย เช่น
๑. การจัดนิทรรศการ
๒. การจัดต้นไม้พูดได้ โดยเขียนคติธรรม คติพจน์ คำขวัญ คำคม ติดตามต้นไม้
๓. การบรรยายภาพเกี่ยวกับจิตรกรรมฝาผนัง ภาพลายปูนปั้นที่ปรากฎตามศาสนสถาน
๔. จัดทำพิพิธภัณฑ์สถาน เพื่อเก็บรักษาโบราณวัตถุ และของเก่าต่างๆ โดยมีชื่อสิ่งของ พร้อมทั้งคำบรรยายประวัติ ความเป็นมา และคุณประโยชน์ของสิ่งนั้นๆ
๕. จัดทำเอกสารเกี่ยวกับธรรม หรือเทปธรรม เพื่อเผยแพร่แก่ประชาชน
ทางตรง ได้แก่ การจัดการเรียนการสอนแบบมีครูหรือมีวิทยากรบรรยาย เช่น
๑. การศึกษาพระปริบัติธรรมแผนกธรรม-บาลี และปริยัติธรรมสามัญ
๒. จัดตั้งศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์
๓. จัดตั้งโรงเรียนสุวรรณรังสฤษฏิ์วิทยาลัย โรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา
๔. จัดตั้งค่ายพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมแก่นักเรียนนักศึกษา
๕. สร้างและพัฒนาบุคลากร เป็นชุดวิทยากร ออกไปฝึกอบรมครู นักเรียน นักศึกษาสถานศึกษาต่างๆ และอบรมบุคลากรจากหน่วยงานต่างๆ
ความเชี่ยวชาญพิเศษ
พระราชสุวรรณมุนี มีความเชี่ยวชาญพิเศษหลายด้าน ปรากฎ ดังนี้
๑. ด้านการศึกษา
พ.ศ. ๒๔๙๓ สอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก สำนักศาสนศึกษาวัดมหาธาตุวรวิหาร อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี สำนักเรียนคณะจังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๔๙๙ สอบได้ประโยคครูพิเศษมูล
พ.ศ. ๒๕๐๐ สอบได้เปรียญธรรม ๗ สำนักศาสนศึกษาวัดมหาธาตุวรวิหาร อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี สำนักเรียนคณะจังหวัดเพชรบุรี
พ.ศ.๒๕๐๒ สำเร็จเตรียมอุดมศึกษา แผนกอักษรศาสตร์ โดยการสมัครสอบจังหวัดเพชรบุรี
ในการศึกษาส่วนใหญ่มีการศึกษาด้วยตนเองเป็นสำคัญ แล้วได้ใช้ความรู้ทางโลกและทางธรรม ไปประกอบศาสนกิจ เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม ทั้งนักธรรม ธรรมศึกษา และบาลีศึกษา (เปรียญธรรม) เป็นพระธรรมทูต เผยแผ่ธรรม ทั้งการแสดงพระธรรมเทศนาและการบรรยายธรรม
เป็นผู้ทรงพระปาฏิโมกข์
พระราชสุวรรณมุนี ศึกษาและปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด และสามารถท่องพระปาฎิโมกข์ได้ จึงได้เป็นองค์สวดพระปาฎิโมกข์ในที่ประชุมสงฆ์ของวัดมหาธาตุวรวิหารทุกเดือน เป็นระยะเวลานานกว่า ๖๐ ปี นอกจากนี้ในช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่งจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี ในปี พ.ศ.๒๕๔๗ ท่านได้คิดโครงการอบรมและสอบผู้ทรงพระปาฏิโมกข์ของคณะสงฆ์จังหวัดเพชรบุรีขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีพระสงฆ์ที่ทรงพระปาฏิโมกข์ขึ้นมาอีกหลายรูป และผลของโครงการดังกล่าวพระพรหมเวที เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์และเจ้าคณะภาค ๑๕ ได้นำไปปรับเป็นโครงการของคณะสงฆ์ภาค ๑๕
๒. งานในหน้าที่เจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรีและเจ้าอาวาส
พระราชสุวรรณมุนี ได้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรีและเจ้าอาวาสพระอารามหลวง จากพื้นฐานความรู้ทั้งทางธรรม ทางโลก ความสามารถในการทำงานอย่างมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และการมีคุณธรรมสูง ท่านได้บริหารงานกิจการคณะสงฆ์ ด้วยการหมั่นประชุมกันเป็นเนืองนิตย์ และส่งเสริมการทำงานแบบมีส่วนร่วม มีการตรวจงานเพื่อส่งเสริมขวัญกำลังใจ และการทำงานแบบมีส่วนร่วม มีการตรวจงานทั้งระดับวัด ระดับตำบล ระดับอำเภอ อย่างสม่ำเสมอ ทำให้การบริหารและการดำเนินงานกิจการคณะสงฆ์จังหวัดเพชรบุรีเป็นไปได้ด้วยดี ไม่มีข้ออธิกรณ์ใดใดเกิดขึ้น
ผลงานวิชาการ
พระราชสุวรรณมุนีเป็นผู้มีความสามารถในการเขียนบทความต่างๆ โดยอาศัยการการเป็นผู้สนใจปัญหาบ้านเมืองและนำมาวิเคราะห์ ผลของการวิเคราะห์ได้เขียนบทความข้อเขียนสาระธรรมด้วยภาษาหนังสือง่ายๆ อ่านแล้วมีความรู้สึกเห็นคล้อยตาม มีแนวทางหลักธรรมให้นำไปประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้ดี ไม่หนักไปทางวิชาการมากจนเกินไป การอธิบายขยายความสมเหตุสมผลชัดเจน ชื่อเรื่องชวนน่าอ่าน มีบทเริ่มต้นที่น่าสนใจ และมีบทสรุปที่มีความหมายได้สาระธรรมแบบคม ชัด ลีก มีเรื่องจริงอิงนิทานธรรมปนอยู่ในเรื่องแต่ละตอน เป็นธรรม คมคายแฝงคติธรรมที่ลึกซึ้งทำให้น่ติดตามอ่าน น่าจดจำไปเป็นข้อคิดในการดำเนินชีวิต เช่น
- ได้เขียนบทความเรื่อง "โอมอินเดีย" เพื่อพิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพพระครูสุวีราสยคุณ อดีตเจ้าคณะอำเภอสวี จังหวัดชุมพร พระอุปัชฌาย์ของท่าน
- ได้รวบรวมเรียบเรียงเขียนหนังสือเรื่อง "พระยาชมพูบดี" ให้กับเจ้าภาพพิมพ์แจกในงานฌาปนกิจศพ พระอธิการหวล อดีตเจ้าอาวาสวัดประดิษฐ์วนาราม อำเภอเมืองเพซรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
- ได้เขียนบทความเผยแผ่ธรรมะลงในวารสารวัดเพรียง จุลสารครุสาส์นของวัดและโรงเรียนต่างๆ ตลอดถึงหนังสือของสภาครูสอนพระปริยัติธรรมอำเภอเมืองเพชรบุรี และหนังสือของสภาครูสอนพระปริยัติธรรมอำเภอบ้านแหลม
- หนังสือข้อคิด-ข้อเขียน เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๔๕ พระครูสถิตพจนสุนทร เจ้าอาวาสวัดเพรียงได้จัดทำหนังสือ "ข้อคิดข้อเขียน" ถวายพระสุธีวัชโรดม (สมณศักดิ์ขณะนั้น) เพื่อใช้แจกแก่ผู้มาร่วมในงาน ทำบุญมงคลอายุ ๗๑ ปีของท่าน ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อเขียนบทความของพระราชสุวรรณมุนีที่ได้เขียนลงใน "วารสารวัดเพยง" เป็นเวลา 60 ปีเศษ คัดเลือกเรื่องที่มีสาระธรรมดีแล้วนำมาพิมพ์รวมเล่ม จำนวน ๔๑ เรื่อง ดังนี้ พระไทยไม่ดื่มเหล้า คาถาต่ออายุ อย่าเอะอะพระเมืองเพชร ศิษย์นอกครู ตำแหน่งแห่งความเหนื่อย หัวเด่นหน้าดี เมาเทวดา นอกสดใสในเป็นโพรง บุญวาสนา เทวดาเดินดิน บุญริมทาง กลัวผีกลัวตาย อสูรกายเฝ้าทรัพย์ พระท้าผี เทวดาถูกต้มพระพรหมถูกหลอก มรดกโหด ล้อติดหล่ม ลูกทรพี เกราะชีวิต ปีใหม่เป็นไทกันเถิด บุญคุณที่คนไม่ลืม ลืมไม่ลงปลงไม่ตก กอไผ่ที่รัก อวดเก่งอวดดี จินดามณีมนต์ ลูกเอ๋ย ใครทำร้ายแม่ เทพอันธพาลมารใจบุญ มรดกของแม่ ตัวคนไทยใจเป็นทาส ใครคือมหา สู้โรค=สู้โลก แดนหรรษา ควายตาบอด อิเหนาเป็นเอง เสียเชาว์เสียเชิง รำไม่ดีโทษปีโทษกลอง เกลือจิ้มเกลือ ลูกกำพร้าพ่อเลี้ยงแม่ ในกรอบสัญญาบัตร คิดถึงความตายได้อะไร คนร้อนวิชา
- หนังสือข้อคิด-ข้อเขียน เล่ม ๒ เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๔๙ พระครูอนุกูลวชิรกิจ เจ้าอาวาสวัดพระรูป ได้จัดทำหนังสือ "ข้อคิดข้อเขียน เล่ม ๒" ถวายพระราชสุวรรณมุนี เพื่อใช้แจกแก่ผู้มาร่วมในงานทำบุญมงคลอายุ ๗๕ ปีของท่าน ซึ่งได้รวบรวมบทความซึ่งพระราชสุวรรณนีได้เคยนำลงพิมพ์ในวารสาร "ครุสาส์น" ของสภาครูสอนพระปริยัติธรรมเมืองเพชรบุรี และธรรมบรรยายที่พระราชสุวรรณมุนี ได้เคยไปบรรยายออกอากาศทางสถานิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดเพชรบุรีในโอกาสต่างๆ นำเอามารวมเล่มจำนวน ๓๘ เรื่อง ดังนี้ พระบารมีปกเกล้า บุญกถา พระพุทธคุณที่โลกไม่ลืม ราชสีห์ใจดี-ใจโหด มนุษย์ ๔ ประเภทในทวีปทั้ง ๔ อานิสงส์แห่งสามัคคีธรรม พระเตมีย์ (บ้) โรคร้ายกำลังทำลายชาติ มหัศจรรย์ไม่ควร บหลู่ ปีศาจเฝ้าทรัพย์ อย่าดีแต่พูด รู้ธรรมไม่โศก-รู้โลกพ้นภัยรู้พัฒนาจิตใจ-มีความสุข ยอดโรค-ยอดลาภ สละชีวิตอุทิศธรรม วงเวียนชีวิต กระผมหยุดแล้วขอรับ บุญลีบ-บาปลอย อวดความยิ่งใหญ่ภัยถึงตัว เกลียดตัวกินไข่อาญาสวรรค์ ความฉลาดเฉียบแหลมของนักบุญ เรื่องสงกรานต์ ธรรมะที่ประคองสังคมให้ร่มเย็นก้าวหน้า-ล้าหลัง ผ้าขี้ริ้วห่อทอง เขายิ้มทั้งน้ำตา แม่พระ อสรพิษร้าย นินทายมบาล มนต์รักมนต์สวรรค์ หญิงแบบอย่าง ความเป็นใหญ่อยู่ที่ไหน ในแบบ-นอกแบบ วันออกพรรษา สมอง เทวดา เห็นกงจักรเป็นดอกบัว คลายความเครียด งานบริหาร
ผลงานด้านการบริการชุมชน
พระราชสุวรรณมุนีตระหนักในภาระหน้าที่ของการเป็นเจ้าอาวาสหรือสมภารวัด และเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี จึงมีการตื่นตัว มีการเคลื่อนไหวเป็นพระไม่อยู่เปล่า ท่านได้บำเพ็ญตนเป็น "อัตถจารียบุคคล" คือ เป็นคนทำประโยชน์ ทั้งแก่ตนเองและแก่สังคม โดยจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน ตามสมควรแก่กาลสมัยนั้น ๆ เช่น
๑ การจัดกิจกรรมภายในวัด
- มีการจัดพิธีกรรมในวันสำคัญ
- เป็นครูสอนธรรมศึกษา
- จัดตั้งห้องสมุดของวัด
- จัดสร้างหอประชุมอเนกประสงค์
- จัดสร้างหอกระจายข่าวเพื่อสาธารณะประโยชน์
- จัดกิจกรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนา
๒ การจัดกิจกรรมภายนอกวัด
พระราชสุวรรณมุนีตระหนักถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนจึงได้ส่งเสริมและจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อพัฒนาเยาวชน และประชาชน ดังนี้
๑. การสอนศีลธรรมในโรงเรียน ได้มีการจัดส่งครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนต่างๆ ทั่วจังหวัด
๒. การสร้างสาธารณประโยชน์
๓. ส่งเสริมงานศึกษาสงเคราะห์
๔. การเผยแผ่พระพุทธศาสนา ได้มีการจัดส่งและสนับสนุนให้พระวิทยากรในวัดมหาธาตุวรวิหาร ออกเผยแผ่ตามสถานบันการศึกษาในจังหวัดเพชรบุรีด้วยดีตลอดมาพระราชสุวรรณมุนี เห็นความสำคัญในการพัฒนาและการส่งเสริมการศึกษา เพื่อพัฒนาเยาวชนท่านจึงได้ตั้งทุนและมอบทุนการศึกษาให้เยาวชนในสถานศึกษาเป็นประจำด้วย
๓ งานพิเศษ
เป็นที่ปรึกษาและให้การสนับสนุนในการดำเนินงานของคณะสงฆ์และสถาบันการศึกษาต่างๆทั่วจังหวัดเพชรบุรี เช่น การดำเนินการก่อสร้างมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย การสนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี การดำเนินการก่อสร้างอาคารสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี เป็นต้น
รางวัล/เกียรติบัตร/เครื่องราชอิสริยาภรณ์
พ.ศ. ๒๕๓๑ ได้รับพระราชเสาเสมาธรรมจักรพร้อมใบประกาศเกียรติคุณผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประเภทการส่งเสริมการศึกษาพระพุทธศาสนา สาขาการศึกษาพระปริยัติธรรม จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี
พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชคณะชั้นสามัญในราชทินนามที่ "พระสุธีวัชโรดม"
พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชคณะชั้นราชในราชทินนามที่ "พระราชสุวรรณมุนี"
พ.ศ. ๒๕๕ ได้รับพระราชทานปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้รับปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย