| ลำดับ | QR-Code | รูปภาพ | หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|---|---|---|
| 1 |
|
|
ชุมชนโค้งตาบาง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี จากความสำคัญและประเด็นปัญหา ประชาชนที่มีรายได้น้อยส่วนใหญ่ในเขตชุมชนโค้งตาบาง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรีประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป และไม่มีรายได้เสริมทางอื่น ทำให้รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่ายของครัวเรือนชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีที่ดินทำการเกษตร ไม่มีต้นทุนในการซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ในการเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ หรือการทำปศุสัตว์ ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ ดังกล่าวประกอบอาชีพรับจ้าง และมีรายได้รายวัน เพียงวันละ 300 บาท ซึ่งรายได้ดังกล่าวไม่เพียงพอกับรายจ่ายในครัวเรือน อีกทั้งพบว่า ครัวเรือนส่วนใหญ่มีชาวบ้านที่ทำงานหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว หรือเป็นเสาหลักเพียงคนเดียว นอกจากนี้ยังพบกลุ่มชาวบ้านกลุ่มผู้สูงอายุ ตั้งแต่ อายุ 60-80 ปี ที่ไม่มีอาชีพ และว่างงาน อีกด้วย ดังนั้น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี มองเห็นถึงปัญหาและขีดจำกัดของชุมชนในการสร้างรายได้เพิ่มในครัวเรือน โดยสาเหตุของความยากจนที่พบสำหรับประชาชนในเขตชุมชนโค้งตาบาง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรีส่วนใหญ่สาเหตุมาจากปัจจัยภายใน ได้แก่ การมีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพต่ำ เนื่องจากการขาดโอกาสในการศึกษาและพัฒนา ทักษะต่าง ๆ การขาดโอกาสในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ การมีปัญหาสุขภาพ การมีภาระในการเลี้ยงดูครอบครัวที่มีขนาดใหญ่ การมีทรัพย์สินและที่ดินในการทำกินน้อย ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ ล้วนเป็นสาเหตุภายในบุคคลที่ทำให้บุคคลกลายเป็นคนจน หรือมีรายได้น้อย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มองเห็นถึงปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจไทย ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่มีอยู่สูง ประชาชนระดับฐานรากยังมีรายได้น้อย และประชากรกลุ่มผู้สูงอายุยังไม่มีอาชีพ หรือวางงานและขาดโอกาสในการเพิ่มรายได้ จึงหาแนวทางในการแก้ไข และประสานงานขอความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน และองค์กรส่วนท้องถิ่น ที่จะต้องเข้ามาดูแล สนับสนุน ร่วมมือและสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มชาวบ้านที่มีรายได้น้อยต่อไป |
ดูรายละเอียด |
| 2 |
|
|
บ้านดอนมะขามย่างเนื้อ อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี จากการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลบ้านดอนมะขามย่างเนื้อ พบว่ามีการจัดตั้งกลุ่มแปรรูปอาหารทะเล ซึ่งได้มีการจดทะเบียนขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2561 เดิมทางกลุ่มรับกะปิจากชุมชนมาขาย และพบว่าสามารถขายได้ดีจากผู้สั่งซื้อรายใหญ่ กลุ่มศึกษาดูงาน และประกอบกับการที่ชุมชนมีแหล่งวัตถุดิบสำคัญในการผลิตกะปิ คือ ตัวเคย ซึ่งมีมากและมีราคาถูก ส่วนเกลือสามารถซื้อได้จากชุมชน จึงได้มีการชักชวนกันมารวมกลุ่มกันเพื่อผลิตกะปิเคยแท้ โดยมีนายอรุณ สีดอกบวบ เป็นประธานกลุ่ม โดยมีความมุ่งหวังเพื่อให้กลุ่มผู้ผลิตกะปี มีรายได้เพิ่มขึ้น
|
ดูรายละเอียด |
| 3 |
|
|
ชุมชนนายาง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี การจัดทำโครงการการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศประวัติศาสตร์โคกเศรษฐี ได้มีการถอดบทเรียนหลังจากการดำเนินโครงการและมีการรวบรวมองค์ความรู้และการจัดพิมพ์เผยแพร่เพื่อให้เกิดการ พัฒนาและเกิดความเข้าใจองค์ความรู้ได้ตรงกัน เนื่องจากการทำวิจัยในปี 2560 เรื่องการพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศประวัติศาสตร์ทวารวดี : ทุ่งเศรษฐี อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ได้มีการตรวจสอบเรื่องชื่อ ที่เรียกทุ่งเศรษฐี มีนักวิชาการหลายท่านไม่เห็นด้วยและเมื่อตรวจสอบกับคนในพื้นที่จะเรียกบริเวณ โบราณสถานว่าเจดีย์โคกเศรษฐีหรือถ้าใช้ภาษาท้องถิ่นก็จะออกเสียงว่า โคก-กะ-ถี ในที่ประชุมมีความเห็นว่า ควรกลับมาใช้คำว่าโคกเศรษฐีแทนคำว่า ทุ่งเศรษฐี ซึ่งในปัจจุบันโบราณสถานทุ่งเศรษฐีได้ขึ้นทะเบียนเป็น โบราณสถานแห่งชาติในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 122 ตอนพิเศษ 98 ง 22 กันยายน 2548 ทางอำเภอ ชะอำจึงดำเนินการทำเรื่องไปยังกรมศิลปากรเพื่อกลับมาใช้ชื่อ โคกเศรษฐี ตามคำที่ใช้เรียกในท้องถิ่นซึ่งอยู่ใน ระหว่างการดำเนินการ ในการนี้คณะทำงานจึงขอใช้ชื่อว่าโบราณสถานโคกเศรษฐีเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ตรงกันว่าโบราณสถานทุ่งเศรษฐีและโบราณสถานโคกเศรษฐีคือโบราณสถานแห่งเดียวกัน
|
ดูรายละเอียด |
| 4 |
|
|
ชุมชนบ้านสามเรือน อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี ชุมชนบ้านสามเรือน เป็นชุมชนชาวไทยทรงดำ ซึ่งชาวไทยทรงดำนี้ส่วนใหญ่มีจะความรู้ความสามารถในการทอผ้าไว้ใช้เอง ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2537 ชาวชุมชนบ้านสามเรือนได้มีการรวมกลุ่มทอผ้าและจัดตั้งเป็น “ศูนย์ทอผ้าบ้านสามเรือน” โดยผ้าที่ทอส่วนใหญ่จะเป็น “ผ้าขาวม้า” ซึ่งมีจุดเด่นสำคัญคือทอจากเส้นไหมประดิษฐ์ที่มีความแข็งแรงทนทาน สีสันสดใสสวยงาม ลวดลายผ้าขาวม้าขึ้นชื่อของบ้านสามเรือนคือ “ลายแตงโม” ที่สืบทอด สืบสานต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตามแม้ว่าผ้าขาวม้าจะได้รับการทออย่างดีมีคุณภาพและมีสีสัน ลวดลายสวยงาม ด้วยเพราะความชำนาญด้านการทอผ้าของชาวชุมชน แต่เมื่อเทียบกับราคาต่อผืนแล้วยังนับว่าไม่คุ้มค่ากับแรงงานเท่าที่ควร
|
ดูรายละเอียด |
| 5 |
|
|
ชุมชนหนองขนาน อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี มีการเล่าขานสืบต่อกันมาว่า ในบริเวณพื้นที่ของตำบลนี้ เมื่อก่อนเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่อยู่ 1 แห่ง มีคนไปตักน้ำสำหรับมาใช้ดื่มกิน และใช้สอย ต่อมาในฤดูแล้งน้ำได้แห้งลง ปรากฏว่า บริเวณกันหนองน้ำชาวบ้านได้พบทะนาน ใส่ข้าว ชาวบ้านจึงเรียกว่า หนองทะนาน ต่อมาได้เพี้ยนมาเป็น หนองขนาน และมีผู้ปกครองคนแรก ชื่อ ขุนขนาน และได้ใช้เป็นชื่อตำบลมาจึงถึงทุกวันนี้ ปัญหาของชุมชน 1. หนองขนานเป็นตำบลที่มีการเลี้ยงโคขุนมากที่สุดในจังหวัดเพชรบุรี มีปัญหาจากราคาโคตกต่ำ และปัญหาสิ่งแวดล้อมจากมูลวัว 2. หนองขนานมีพื้นที่ปลูกข้างและราคาข้างตกต่ำ แนวทางการพัฒนา 1. กิจกรรมพัฒนากลุ่มปุ๋ยมูลวัวอัดเม็ด “เปลี่ยนขี้เป็นเงิน” 2. กิจกรรมสร้างดินสร้างรายได้ |
ดูรายละเอียด |
| 6 |
|
|
ชุมชนหนองประดู่ อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ได้มีพันธกิจเกี่ยวกับการบริการวิชาการแก่ท้องถิ่น ตามนโยบายมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น ด้านการแก้ไขปัญหาความยากจน โครงการนี้ จัดขึ้นเพื่อลดปัญหาความยากจนให้แก่ชุมชนหนองประดู่ อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี โดยจากการลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลต่างๆเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนในการลดรายจ่ายให้แก่ครัวเรือนโดยประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และอาชีพหลักคือการทำนา การทำแปลงเกษตรกรรม ตลอดจนเลี้ยงสัตว์ เช่นวัว และสุกร จึงมีเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น มูลสัตว์เป็นจำนวนมาก ซึ่งมูลสัตว์เหล่านั้นสามารถนำมาผ่านกระบวนการจากการหมักเป็นก๊าซเพื่อใช้ในการหุงต้มและมีผลพลอยได้เป็นปุ๋ยอินทรีย์อีกด้วย ซึ่งจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนด้านพลังงานให้กับเกษตรกรในชุมชน อีกทั้งยังไม่เสียค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในการใช้งาน ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
|
ดูรายละเอียด |
| 7 |
|
|
ชุมชนบ้านรวมไทย อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หมู่บ้านรวมไทย เป็นหมู่บ้านที่มีคนจากหลากหลายถิ่นเข้ามาอยู่อาศัยอยู่รวมกัน มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย ปัจจุบันจำนวนประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 596 ครัวเรือน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้าง และเกษตรกรรม ได้แก่ การทำไร่สับปะรด สวนผลไม้ เลี้ยงวัว เลี้ยงแพะ เป็นต้น ซึ่งจากการลงพื้นที่ปัญหาที่พบในชุมชนคือ รายได้จากผลผลิตขึ้นอยู่กับราคาท้องตลาด ซึ่งปัจจุบันพบว่าราคาสับปะรดตกต่ำ ชุมชนจึงต้องการเพิ่มรายได้ จึงมีความต้องการแปรรูปผลผลิตจากสัปปะรด แปรรูปผลผลิตจากทรัพยากรในท้องถิ่นเพื่อต้องการสร้างรายได้เพิ่มให้แก่สมาชิกในชุมชน ตลอดจนต้องการให้คนในชุมชนเข้ามารวมกลุ่มกันเพื่อให้เกิดความสามัคคีของคนในชุมชนเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งให้ชุมชนโดยมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชนในการผลิตสินค้าและบริการร่วมกันที่จะสืบสานตามศาสตร์พระราชา ตลอดจนเป็นผู้ประกอบการมืออาชีพที่จนสามารถนำไปสู่ชุมชนที่เข้มแข็ง มีความมั่นคงทางด้านอาหารและมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งๆ ขึ้นไป
|
ดูรายละเอียด |
| 8 |
|
|
ชุมชนบ้านทุ่งพุฒิ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จึงได้จัดกิจกรรมการยกระดับรายได้ในการแปรรูปผลผลิตจากมะพร้าว ในหมู่บ้านทุ่งพุฒิ โดยการทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น น้ำมันมะพร้าวสกัดร้อนลิปสติก สบู่น้ำมันมะพร้าวและน้ำพริกเผามะพร้าวคั่ว ส่งผลในด้านต่างๆ ดังนี้ 1) ด้านสังคม เกิดความรักความสามัคคีในหมู่คณะ สามารถรวมกลุ่มได้ 2) ด้านเศรษฐกิจ ชุมชนมีอาชีพเสริมก่อให้เกิดรายได้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้น โดยมีการนำสินค้าไปจำหน่ายในตลาดของชุมชนและนอกชุมชน 3) ด้านการศึกษา ชุมชนได้รับความรู้เกี่ยวกับศาสตร์พระราชา "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" จนสามารถต่อยอดการแปรรูปผลผลิตจากมะพร้าว ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพเกิดเป็นผู้ประกอบการใหม่ในชุมชน |
ดูรายละเอียด |
| 9 |
|
|
ชุมชนหัวทุ่ง-ทุ่งพร้าวพัฒนา อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี จุดเริ่มต้นของการเป็นชุมชนจัดการขยะ ของชุมชนหัวทุ่ง-ทุ่งพร้าวพัฒนา มาจาก แต่เดิมนั้นในชุมชนมีการรวมกลุ่มเยาวชน ชื่อว่า กลุ่มมหิงสาสายสืบ โดยมีวัตถุประสงค์ของการรวมกลุ่มเพื่อสำรวจและศึกษาระบบนิเวศสภาพแวดล้อมในชุมชน โดยมี นางจันทร์ทิมา ปิ่นหิรัญ (ป้าเหน่ง) เป็นแกนนำสำคัญให้ความรู้แก่เด็ก ๆ เมื่อมีการทำกิจกรรมต่าง ๆ เริ่มมีค่าใช้จ่ายในการทำกิจกรรม เช่น ค่าอาหาร เครื่องดื่มแก่เด็ก ๆ ที่มีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้น ป้าเหน่งจึงปรึกษากับเด็ก ๆ ว่าจะหาเงินจากไหนได้บ้าง จึงเห็นว่าในชุมชนมีขยะจำพวกพลาสติกจำนวนมาก จึงชวนกันกับเด็ก ๆ ไปเก็บขวดพลาสติกและขยะที่รีไซเคิลได้ตามถังขยะในชุมชนไปขายเพื่อนำเงินมาเป็นส่วนกลางจ่ายค่าอาหารแก่เด็ก ๆ เมื่อมีเงินเหลือจึงแจกจ่ายให้เด็ก ๆ เก็บไว้เป็นเงินออมของตนเอง และได้ดำเนินการเรื่อยมา ต่อมาเด็ก ๆ ไม่อยากนำเงินกลับบ้านจึงฝากไว้กับป้าเหน่ง ป้าเหน่งจึงปรึกษากับคนในชุมชนเพื่อร่วมกันหาวีการออมเงินให้เด็ก ๆ ซึ่งคนในชุมชนมีแนวทางเดียวกันว่า จะก่อตั้งธนาคารขยะชุมชน เพื่อเป็นแหล่งออมเงินของคนในชุมชน และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเป็นชุมชนจัดการขยะเรื่อยมา ประกอบกับชุมชนเป็นชุมชนเมืองกึ่งชนบทการเก็บขยะของเทศบาลจะไม่ได้มาจัดเก็บทุกวันส่งผลในเรื่องของขยะล้นถัง ส่งกลิ่นเหม็น และเนื่องจากภายในชุมชนมีการเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ วัวลาน จึงทำให้มีมูลสัตว์ในชุมชนจำนวนมาก ส่งกลิ่นเหม็นและสร้างความไม่สวยงามในชุมชน คณะกรรมการชุมชนจึงได้คิดที่จะหาแนวทางในการจัดการขยะโดยตนเอง
|
ดูรายละเอียด |
| 10 |
|
|
ชุมชนบ้านสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ชุมชนบ้านสองพี่น้อง เป็นชุมชนชนบทขนาดกลาง ตั้งอยู่ในตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี มีลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบสูงล้อมรอบด้วยภูเขา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าและมีแม่น้ำเพชรบุรีไหลผ่าน เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีการกันพื้นที่ทำกินออกจากพื้นที่ป่า โดยหมู่บ้านมีป่าชุมชนประมาณ 3,000 ไร่ แต่ก่อนนั้นคนกะเหรี่ยงใกล้ชายแดนพม่าใด้มาตั้งถิ่นฐานทำมาหากินบริเวณนี้เนื่องจากสภาพพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะต่อการตั้งถิ่นฐาน ต่อมาใด้ทำสงครามรบพุ่งกับพม่าซึ่งมีพี่น้องชาวกะเหรี่ยงสองคนซึ่งเป็นทหารฝีมือดีได้เป็นผู้นำในการรบ หลังจากสู้รบกับพม่าแล้วสองพี่น้องชาวกะเหรี่ยงได้นำกำลังพลที่เหลือกลับมาที่ตั้งของตนคนรุ่นหลังจึงเรียกบริเวณนี้ว่า บ้านสองพี่น้อง เพื่อเป็นการให้เกียรติ และระลึกถึงทหารสองพี่น้องซึ่งถือเป็นบรรพบุรุษที่ต่อสู้เพื่อแผ่นดินที่พวกเขาอาศัยอยู่จนถึงปัจจุบัน
จากการสำรวจประเด็นปัญหาและความต้องการพัฒนาของชุมชนบ้านสองพี่น้อง มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี โดยการดำเนินการและประสานงานของ ฝ่ายงานบริการวิชาการ สถาบันวิจัยและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนโครงการและพัฒนาชุมชนบ้านสองพี่น้องโดยความร่วมมือจากอาจารย์แต่ละคณะของมหาวิทยาลัย ได้ร่วมกันประชุมและจัดทำแผนพัฒนาชุมชนบ้านสองพี่น้องบนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเองเป็นสำคัญและร่วมกันจัดกิจกรรมหนุนเสริมเพื่อพัฒนาชุมชนบ้านสองพี่น้องให้เป็นชุมชนต้นแบบแห่งความร่วมมือ
|
ดูรายละเอียด |
| 11 |
|
|
ชุมชนโค้งตาบาง ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี บ้านโค้งตาบาง หมู่ที่ 10 ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ในอดีต บ้านโค้งตาบางมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ต้นไม้ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ขนาดใหญ่ ๔-๖ คนโอบ ในพื้นที่ป่ามีความร่มรื่น มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญหลากหลายชนิด มีสัตว์ป่านานาชนิด และมีน้ำไหลในลำห้วยตลอดปี กรมป่าไม้ได้เข้าไปส่งเสริมจัดตั้งเป็นป่าชุมชน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๒ คณะกรรมการป่าชุมชนและชาวบ้านจึงช่วยกันทำแนวเขต เพื่อป้องกันมิให้ผู้ใดบุกรุก และได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ในบริเวณที่ว่าง ในวันสำคัญต่างๆ เป็นประจำทุกปี ช่วยกันดูแลรักษาป่า และมีการใช้ประโยชน์ผลผลิตจากป่าตามกฏระเบียบที่ชาวบ้านโค้งตาบางทำประชาคมกันไว้ |
ดูรายละเอียด |
| 12 |
|
|
ชุมชนไร่ส้ม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี จากการลงพื้นที่ในการสำรวจข้อมูลเชิงลึกของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับประธานวิสาหกิจชุมชนไก่พื้นเมือง และชาวบ้าน ตำบลไร่ส้ม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 พบว่า ภายในชุมชนมีการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนไก่ที่เป็น อัตลักษณ์ของเพชรบุรี คือ “ไก่พริบพรี” ซึ่งเน้นไก่พื้นเมืองสายพันธุ์ที่มีการปรับปรุงพันธุ์มาอย่างดีเยี่ยม โดยกรมปศุสัตว์ คือ สายพันธุ์ประดู่หางดำและสายพันธุ์เขียวห้วยทราย โดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี ร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 โดยสมาชิกภายในกลุ่มประกอบด้วยชาวบ้านจำนวน 15 - 18 คน จากการพูดคุย สอบถามปัญหา (เนื่องจากสามารถผลิตเนื้อไก่สดได้สูงถึง 300-500 ตัวต่อเดือน แต่ยังมีการส่งจำหน่ายไปยังผู้ประกอบการไม่มากนัก และปริมาณการจำหน่ายยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ส่งผลให้ต้องเพิ่มต้นทุนการเลี้ยงไก่ที่ยังขายไม่ได้ ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงไก่สูงขึ้น แต่กำไรจากการขายไก่ที่ได้รับไม่สมดุลกับกำลังผลิตที่ดีเป็นทุนเดิม |
ดูรายละเอียด |
| 13 |
|
|
ชุมชนบ้านสามเรือน อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี ชุมชนบ้านสามเรือน เป็นชุมชนเก่าแก่ ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าตะคร้อ อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี โดยก่อนที่จะมาเป็นชุมชนบ้านสามเรือน พื้นที่บริเวณนี้ส่วนมากเป็นป่าเขา ต่อมาได้มีชาวบ้านจากตำบลห้วยท่าช้าง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ขึ้นมาหาของป่าลงไปขาย และได้อพยพเข้ามาเพื่อหาที่ทำกินใหม่ ในขณะนั้นมีผู้อพยพเข้ามาอาศัยเป็นกลุ่มแรก 3 ครัวเรือน จึงเป็นที่มาของชื่อ “บ้านสามเรือน” ชุมชนที่โดดเด่นด้านวัฒนธรรมไทยทรงดำ
|
ดูรายละเอียด |
| 14 |
|
|
ชุมชนไร่มะขาม 1 ไร่คลายวิกฤตฟื้นวิถีชีวิตชุมชนหลังโควิค 19 “ไร่มะขาม” เป็นชื่อชุมชนที่แต่เดิมคนในชุมชนมีอาชีพทำไร่มะขาม ซึ่งมีต้นมะขามใหญ่มีอายุมากกว่า 100 ปีอยู่ในพื้นที่ เมื่อมีการตั้งตำบลขึ้นมาจึงใช้สัญลักษณ์คือ ต้นมะขาม และเรียกตำบลนี้ว่า "ตำบลไร่มะขาม" มาจนถึงปัจจุบัน โดยตำบลไร่มะขาม ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอบ้านลาด ประกอบไปด้วย 9 หมู่บ้าน แต่ต่อมาการทำไร่มะขามได้ให้ผลผลิตน้อยลง คนในชุมชนจึงหันมาทำนาปลูกข้าวแทนจนเต็มทั่วผืนไร่มะขามเดิม การผลิตข้าวในผืนดินของไร่มะขามได้ผลผลิตดีส่งผลให้คนในชุมชนหันมายึดอาชีพทำนาเป็นอาชีพหลัก อีกทั้งได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานของรัฐในการจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลไร่มะขาม จนเป็นศูนย์การเรียนรู้การผลิตข้าวปลอดสารที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ นอกจากศูนย์ข้าวของชุมชนจะเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องข้าวแล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าถึงและได้สัมผัสการเป็นชาวนาอย่างแท้จริง กับโปรแกรมการท่องเที่ยว “1 วันกับการเป็นชาวนา” โดยชุมชนไร่มะขามที่มีพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบลุ่มเหมาะแก่การทำการเกษตร |
ดูรายละเอียด |
| 15 |
|
|
ชุมชนบ้านไร่กร่าง อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ชุมชนไร่กร่าง เป็นชุมชนเล็กๆ ตั้งอยู่ที่ ตำบลไร่สะท้อน อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเดิมทีแล้วหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านที่มีประชากรอพยพมาจากหมู่บ้านระหานน้อยซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกของหมู่บ้านและได้ตัดสินใจมาตั้งรกรากกันอยู่ที่นี่ เนื่องจากเห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้มีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่ดี มีห้วย และหนองน้ำไหลผ่านรอบ ๆ นอกจากนั้นยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นตาลและต้นไม้ใหญ่ โดยเฉพาะต้นกร่างอันเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้านบริเวณริมหนองน้ำในชุมชนจะมีต้นกร่างขนาดใหญ่ประมาณ 15 คนโอบอยู่ 1 คู่ หรือ 2 ต้น มี เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3-4 เมตร ชาวบ้านจึงพร้อมใจกัน ยึดสถานที่ตรงนี้เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำมาหากินพร้อมทั้งตั้งชื่อหมู่บ้านตามต้นไม้ใหญ่ว่า หมู่บ้านหนองไร่กร่างต่อมาเรียกกันเพี้ยนกันมาเป็น “หมู่บ้านไร่กร่าง” ในปัจจุบัน คนในชุมชนส่วนมากประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา และการนำผลผลิตจาก ต้นตาลมาใช้ประโยชน์ ทั้งปีนเก็บน้ำตาลจากต้นตาลที่สูงเสียดฟ้าและการนำผลตาลมาขาย นอกจากนั้นที่นี่ยังมีแหล่งเรียนรู้ที่ชื่อว่า “แหล่งการเรียนรู้ ทุ่งนาป่าตาล บ้านไร่กร่าง” ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับต้นตาล และการทำตาลที่ทำกันมาอย่างยาวนาน |
ดูรายละเอียด |
| 16 |
|
|
ชุมชนห้วยเกรียบ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ “ชุมชนบ้านห้วยเกรียบ” เดิมเป็นที่รกร้าง และมีชื่อเดิมว่าบ้านตำหรุ หมู่ 5 ตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ส่วนมากอพยพมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดเพชรบุรี อพยพเข้ามาอาศัย อยู่ตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 2500 และในปี พ.ศ. 2505 กลุ่มชาวบ้านในจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประสบวาตภัยที่แหลมตะลุมพุก จึงมีการอพยพย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากอย่างถาวรในบ้านตำหรุ หมู่ที่ 5 ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นหมู่บ้านธรรมรัตน์และแยกตัวออกมาเป็นหมู่บ้านห้วยเกรียบ หมู่ที่ 4 ในปี พ.ศ. 2516 โดยชื่อที่ตั้งว่าหมู่บ้านห้วยเกรียบนั้นมีที่มาจากลักษณะของภูมิประเทศ ภายในหมู่บ้านที่ประกอบไปด้วยลำห้วย ที่มีไม้ไผ่เกรียบและหวายขึ้นอยู่ริมคลองเป็นจำนวนมาก โดยชาวชุมชนบ้านห้วยเกรียบประกอบอาชีพทำสวน ทำไร่ ค้าขาย รับจ้างทั่วไป รับราชการ พนักงานบริษัทและประกอบธุรกิจส่วนตัวเป็นหลัก อีกทั้งยังมีอาชีพปลูกผักสวนครัว เลี้ยงผึ้ง และจักรสานหวายเป็นอาชีพรอง |
ดูรายละเอียด |
| 17 |
|
|
ชุมชนต้นมะม่วง ตำบลต้นมะม่วง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ตำบลต้นมะม่วงมีพื้นที่ตั้งอยู่ริมน้ำฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี ราษฎรส่วนใหญ่มีอาชีพด้านการเกษตรกรรม อาชีพหลักของราษฎร คือ การทำสวนผลไม้ ซึ่งไม้ผลที่นิยมปลูกมากที่สุด คือ "มะม่วง" จากที่ราษฎรแถบนี้นิยมปลูกต้นมะม่วงกันแทบทุกบ้านผู้สัญจรไปมาได้พบเห็นจึงเรียกบริเวณหมู่บ้านนี้ว่า "บ้านต้นมะม่วง" เมื่อมีการจัดตั้งตำบลขึ้น ราษฎรที่นี่จึงใช้ชื่อตำบลว่า "ตำบลต้นมะม่วง" ตำบลต้นมะม่วง ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของ อำเภอเมืองเพชรบุรี มีพื้นที่ 4.082 ตารางกิโลเมตร มีระยะห่างจากจังหวัดเพชรบุรี 2.5 กิโลเมตร ประกอบไปด้วย 6 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 บ้านวัดท่าศิริ หมู่ที่ 2 บ้านไร่ตีนน้ำ หมู่ที่ 3 บ้านไร่กล้วย หมู่ที่ 4 บ้านสะพานช้าง หมู่ที่ 5 บ้านไร่ทอง หมู่ที่ 6 บ้านโพธิ์ด้วน พื้นที่เป็นที่ราบลุ่มเหมาะแก่การ ทำนา และทำสวน มีแม่น้ำเพชรบุรีไหลผ่านแม่น้ำธรรมชาติ และเป็นชุมชนที่มีประชากรที่ประกอบอาชีพหลากหลาย ได้แก่ การทำสวน ทำนา รับจ้าง ค้าขาย ทำขนมหวาน ราชการ และธุรกิจส่วนตัว เป็นต้น |
ดูรายละเอียด |