ก้าวหน้าสู่วิทยาลัยครูเพชรบุรีอย่างเต็มภาคภูมิ

รูปภาพ

        โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีได้รับการยกฐานะเป็นวิทยาลัยครูเพชรบุรี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๑๒ เรื่อง ยกฐานะโรงเรียนฝึกหัดครูเป็นวิทยาลัยครู เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๒ และตาม พ.ร.บ. วิทยาลัยครู พ.ศ. ๒๕๑๘ ตามลำดับ จากนั้นวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๒๐ สภาการฝึกหัดครูกำหนดเครื่องหมายประจำวิทยาลัยครูเพชรบุรีเป็นตราเพชร และในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ วิทยาลัยครูเพชรบุรีได้นำไมโครคอมพิวเตอร์มาใช้ในวิทยาลัยเป็นครั้งแรก

ยุคที่ ๒ วิทยาลัยครูเพชรบุรี (พ.ศ. ๒๕๑๒-๒๕๓๘)
        หลังจากผ่านพ้นวิกฤตการณ์ที่ทางกรมการฝึกหัดครูเสนอให้ยุบโรงเรียนเสีย หากไม่สามารถหาพื้นที่ขนาดใหญ่รองรับการขยายตัวของการฝึกหัดครูในต้นพุทธศักราช ๒๕๐๐ ได้โดยความร่วมมือของคณาจารย์ พระสงฆ์ ประชาชน และหน่วยงานราชการ ในการหาพื้นที่แห่งใหม่เพื่อตั้งโรงเรียน จนในที่สุดสามารถจัดตั้งโรงเรียนขึ้นบนพื้นที่ราวสองร้อยกว่าไร่ที่ดอนขังใหญ่ บ้านเพรียง และสร้างอาคารสาธารณูปโภคจนมีความพร้อมในการจัดการศึกษามาตามลำดับ โรงเรียนฝึกหัดครูก็ได้รับการยกฐานนะขึ้นเป็นวิทยาลัยครู ดังนี้
 

 

ภาพที่ ๒๔ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ยกฐานะเป็นวิทยาลัยครู

 

 

ภาพที่ ๒๕ ประตูทางเข้าด้านหน้าวิทยาลัยครูเพชรบุรี

 

วิทยาลัยครูเพชรบุรี

        พ.ศ. ๒๕๑๒ กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศยกฐานะโรงเรียนฝึกหัดครูเป็นวิทยาลัยครู ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๒ ตามประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์   
        พ.ศ. ๒๕๑๒ และในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ นี้ วิทยาลัยได้รับงบประมาณพิเศษมาทำการก่อสร้างโรงกรองน้ำประปา ขนาด ๓๐ คิว ต่อชั่วโมง และถังเก็บน้ำขนาด ๑๖๐ คิว ราคาสองแสนเจ็ดหมื่นเก้าพันบาท เดือนกันยายน ๒๕๑๒ ทางวิทยาลัยได้รับอนุมัติให้ทำการเปิดการสอนภาคค่ำระดับ ป.กศ.สูง มีนักศึกษาเข้าเรียนประมาณ ๘๐๐ คน
        พ.ศ. ๒๕๑๓ ได้งบประมาณก่อสร้าง ๕,๐๔๐,๐๐๐ บาท เพื่อสร้างอาคารเรียน ๓ ชั้น ๑ หลัง ๒ ล้าน ๕ แสนบาท (อาคารเรียน ๓) หอนอน ๑ หลัง เป็นเงิน ๑ ล้าน ๒ แสน ๕ หมื่นบาท โรงอาหาร ๑ หลัง เป็นเงิน ๔ แสน ๕ หมื่นบาท บ้านพักครู ๑๔ หลัง เป็นเงิน ๘ แสน ๔ หมื่นบาท อุปกรณ์ห้องปฏิบัติการภาษาอังกฤษ ๒๐ ที่ พร้อมทั้งห้องควบคุมติดเครื่องปรับอากาศ วิทยาลัยหาที่ดินเพิ่มเติมได้อีก ๑๓ ไร่ รวมเป็นที่ดินทั้งหมดประมาณ ๒๖๓ ไร่
 

 

ภาพที่ ๒๖ อาคาร ๓ วิทยาลัยครูเพชรบุรี ปัจจุบันเป็นคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
 
        พ.ศ. ๒๕๑๔ ได้งบประมาณสร้างอาคารเรียน ๔ อาคารคณะวิทยาศาสตร์
        พ.ศ. ๒๕๑๕ จัดสร้างอาคาร โสตทัศนศึกษา หรืออาคาร ๕ ต่อมาใช้ชั้นล่างเป็นศูนย์หนังสือ และสหกรณ์ร้านค้าวิทยาลัยครูเพชรบุรี
 

 

ภาพที่ ๒๗ อาคาร ๕ โสตทัศนศึกษา วิทยาลัยครูเพชรบุรี
 
        พ.ศ. ๒๕๑๖ ได้จัดสร้างอาคารหอสมุด (อาคาร ๖) และอาคารพยาบาล
 

 

ภาพที่ ๒๘ อาคารหอสมุดหลังเดิม

 

 

ภาพที่ ๒๙ อาคารพยาบาล วิทยาลัยครูเพชรบุรี ปัจจุบันทุบรื้อแล้ว และก่อสร้างเป็นคณะวิทยาการจัดการ

 

 

ภาพที่ ๓๐ อาคารศูนย์เวชศึกษาป้องกัน วิทยาลัยครูเพชรบุรี ปัจจุบันทุบรื้อแล้ว และก่อสร้างเป็นคณะวิทยาการจัดการ
 
        พ.ศ. ๒๕๑๗ วันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๑๗ กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีคำสั่งยกระดับอาจารย์ใหญ่วิทยาลัยครูเพชรบุรี เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยครูเพชรบุรี ในปีนี้ คณะครูอาจารย์ได้ปรับปรุงกิจการของวิทยาลัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านวิชาการทางภาษาไทยได้ก้าวรุดหน้า อาจารย์ธนู บุญรัตพันธ์ อาจารย์หมวดภาษาไทยได้นำเอาเทคโนโลยีใหม่ มาใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนทางภาษาไทย ด้านวิทยาศาสตร์ วิทยาลัยได้รับเป็นศูนย์บริการให้การอบรมครูวิทยาศาสตร์ ในโครงการปรับปรุงวิทยาศาสตร์ระดับประถมทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงหอสมุด ห้องศิลปศึกษา ห้องดนตรี นาฏศิลป์ มีการอบรมครูภาษาไทย และแสดงมหกรรมทางภาษาไทย
 

วิทยาลัยครูเพชรบุรี ตาม พ.ร.บ. วิทยาลัยครู พ.ศ. ๒๕๑๘

        พ.ศ. ๒๕๑๘ สร้างอาคารเรียน ๗ อาคารคณะวิทยาศาสตร์ และวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๑๘ ได้รับการยกฐานะรับนักศึกษาปริญญาตรี ปริญญาครุศาสตร์บัณฑิต (ค.บ.) ตามพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. ๒๕๑๘

        พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นวิทยาลัยครูตาม พ.ร.บ. วิทยาลัยครู พ.ศ. ๒๕๑๘ ตั้งแต่วันที่ ๒๐ ก.ค. ๒๕๑๙ และได้สร้างอาคารเรียน ๘ และอาคารเรียน ๙ อาคารคณะครุศาสตร์

 

 

ภาพที่ ๓๑ อาคาร ๘ วิทยาลัยครูเพชรบุรี (เป็นคณะพยาบาลศาสตร์ ๒๕๕๗-๒๕๖๐)

 

 

ภาพที่ ๓๒ อาคาร ๙ วิทยาลัยครูเพชรบุรี ปัจจุบันเป็นคณะครุศาสตร์

 

        พ.ศ. ๒๕๒๐ วันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๒๐ สภาการฝึกหัดครูกำหนดเครื่องหมายประจำวิทยาลัยครูเพชรบุรี ซึ่งมีส่วนประกอบเป็นรูปเพชรพลอยอยู่บนตารางสี่เหลี่ยม อยู่ภายใต้วงกลมเส้นคู่สองชั้น ระหว่างวงกลมสองขั้นตอนบนมีข้อความว่า “วิทยาลัยครูเพชรบุรี” ตอนล่างมีข้อความว่า “จังหวัดเพชรบุรี”

 

 

ภาพที่ ๓๓ ตราสัญลักษณ์วิทยาลัยครูเพชรบุรี    
 
        พ.ศ. ๒๕๒๖ วิทยาลัยครูเพชรบุรีได้นำไมโครคอมพิวเตอร์มาใช้ในวิทยาลัย
 

 

ภาพที่ ๓๔ บริการคอมพิวเตอร์ที่หอสมุด วิทยาลัยครูเพชรบุรี

 

 

ภาพที่ ๓๕ บริการคอมพิวเตอร์ที่หอสมุด วิทยาลัยครูเพชรบุรี
 
        พ.ศ. ๒๕๒๗
             - จัดนิทรรศการทางวิชาการ “การศึกษาและวัฒนธรรม”ระหว่างวันที่ ๑๒-๑๔ มกราคม ๒๕๒๗ และเปิดศูนย์จัดการศึกษาภายนอกครั้งแรก ที่โรงเรียนวัดเขาโบสถ์ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

             - จัดตั้งคณะวิชาเกษตรและอุตสาหกรรมตาม พ.ร.บ. วิทยาลัยครู (ฉบับที่ ๒) มาตรา ๕ จัดแบ่งการบริหารออก เป็น ๓ ภาควิชา ได้แก่ 

                    1.ภาควิชาเกษตรศาสตร์ เปิดสอนระดับอนุปริญญา ๒ โปรแกรมวิชา ได้แก่ โปรแกรมวิชาเทคโนโลยีการเกษตร  และโปรแกรมวิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
                    2.ภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร เปิดสอนระดับอนุปริญญา ได้แก่ โปรแกรมวิชาเทคโนโลยีการอาหาร
                    3.ภาควิชาส่งเสริมการเกษตร ซึ่งไม่ได้ผลิตบุคลากรด้านนี้โดยตรง แต่รับผิดชอบสอนวิชาด้านการส่งเสริมการเกษตรแก่นักศึกษาวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและวิชาเอกพัฒนาชุมชน
 
        พ.ศ. ๒๕๒๘ เปิดสอนอนุปริญญาสาขาศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์
        พ.ศ. ๒๕๒๙ เปิดสอน ๓ สาขา ได้แก่สาขาครุศาสตร์ ระดับปริญญาตรี ๔ ปี และระดับปริญญาตรี ๒ ปี (ค.บ.) ต่อจากอนุปริญญา สาขาวิทยาศาสตร์ ระดับอนุปริญญา และระดับปริญญาตรี (วท.บ.) สาขาศิลปะศาสตร์ ระดับอนุปริญญา และระดับปริญญาตรี (ศศ.บ.)
        พ.ศ. ๒๕๓๑ เปิดศูนย์จัดการศึกษานอกสถานที่ตั้ง ที่โรงเรียนประจวบวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
        พ.ศ. ๒๕๓๕ มีโครงการความร่วมมือกับศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์  เพื่อพัฒนาบุคลกรทางทหารของค่ายธนะรัชต์ โดยมี   ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นิวัต กลิ่นงาม รองอธิการในขณะนั้น เป็นผู้ควบคุมดูแล และต่อมาได้มีโครงการร่วมมือกับ อบต. กศน. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อบรมบุคลากร  อบต. สาขาพัฒนาชุมชน  โดยใช้ที่ทำการ กศน.  อำเภอปราณบุรี  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  เป็นสถานที่อบรม โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์มยุรี  วัดแก้ว  เป็นผู้ประสานงาน
 

 

ภาพที่ ๓๖ ภาพถ่ายทางอากาศด้านหลังวิทยาลัยครูเพชรบุรี

 

 

ภาพที่ ๓๗ วิทยาลัยครูเพชรบุรี และประมวลภาพวิวัฒนาการของวิทยาลัยครู

 

 

ภาพที่ ๓๘ อาคารพลศึกษา วิทยาลัยครูเพชรบุรี

 

 

ภาพที่ ๓๙ ศาลากลางน้ำข้างอาคารหอประชุม วิทยาลัยครูเพชรบุรี

 

 

ภาพที่ ๔๐ เรือนเวรยาม วิทยาลัยครูเพชรบุรี

 

 

ภาพที่ ๔๑ ศาลาพักร้อน วิทยาลัยครูเพชรบุรี

 

 

ภาพที่ ๔๒ อาคารโรงยิม วิทยาลัยครูเพชรบุรี

 

 

ภาพที่ ๔๓ รั้วกำหนดอาณาบริเวณ วิทยาลัยครูเพชรบุรี

 

 

ภาพที่ ๔๔ อาคารองค์การนักศึกษา วิทยาลัยครูเพชรบุรี

 

 

ภาพที่ ๔๕ กิจกรรมลอยกระทง วิทยาลัยครูเพชรบุรี

 

 

ภาพที่ ๔๖ กิจกรรมหล่อเทียนพรรษา วิทยาลัยครูเพชรบุรี

 

 

ภาพที่ ๔๗ กีฬาสี วิทยาลัยครูเพชรบุรี

 

 

ภาพที่ ๔๘ หอสมุด วิทยาลัยครูเพชรบุรี

 

 

ภาพที่ ๔๙ อาคารคหกรรม วิทยาลัยครูเพชรบุรี

 

 

ภาพที่ ๕๐ สโมสรอาจารย์ วิทยาลัยครูเพชรบุรี

 

 

ภาพที่ ๕๑ อาคารศูนย์วัฒนธรรม วิทยาลัยครูเพชรบุรี (สร้างเมื่อราวปี พ.ศ. ๒๕๓๖)

 

 

ภาพที่ ๕๒ หลวงพ่อเกตุน้อย วิทยาลัยครูเพชรบุรี

 

 

ภาพที่ ๕๓ พระพิฆเนศ วิทยาลัยครูเพชรบุรี

 

 

ภาพที่ ๕๔ บ้านพักครู วิทยาลัยครูเพชรบุรี

 

 

ภาพที่ ๕๕ โรงเกษตร วิทยาลัยครูเพชรบุรี

 

 

ภาพที่ ๕๖ แปลงเกษตร วิทยาลัยครูเพชรบุรี

 

 

ภาพที่ ๕๗ แปลงเกษตร วิทยาลัยครูเพชรบุรี

 

 

ภาพที่ ๕๘ ที่ทำน้ำประปาใช้ภายในวิทยาลัยครูเพชรบุรี
 
        ในช่วงท้ายของยุควิทยาลัยครู พ.ศ. ๒๕๒๘-๒๕๓๙ ได้ใช้ระบบการบริหารงานแบบสหวิทยาลัย โดยวิทยาลัยครูเพชรบุรีอยู่ในกลุ่ม สหวิทยาลัยทวารวดี อันประกอบไปด้วย วิทยาลัยครูกาญจนบุรี วิทยาลัยครูนครปฐม วิทยาลัยครูเพชรบุรี และวิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึง 

สหวิทยาลัยเกิดขึ้นจากความก้าวหน้าทางการศึกษาของวิทยาลัยครู กล่าวคือ แต่เดิมพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู กำหนดให้วิทยาลัยครูเป็นสถาบันการศึกษาที่มีหน้าที่ในการผลิตครูถึงระดับปริญญาตรี ต่อมาปรากฏว่าหน่วยงานผู้ใช้ครูได้รับผู้สำเร็จการศึกษาทางด้านการศึกษาน้อยลง ประกอบกับหน่วยงานอื่นก็มีการจัดการศึกษาทางด้านนี้เพิ่มขึ้น ภารกิจด้านการผลิตครู ซึ่งเป็นงานหลักของวิทยาลัยครูอยู่แต่เดิมลดความจำเป็น และต้องลดปริมาณการผลิตครูลง ทั้งที่วิทยาลัยครูมีทรัพยากรด้านบุคคลและทรัพยากรด้านอื่นอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นในปี พ.ศ. ๒๕๒๗ กรมการฝึกหัดครูจึงได้เสนอให้แก้ไขพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. ๒๕๑๘ ให้วิทยาลัยครูเปิดสอนวิชาการด้านอื่นได้ นอกจากสาขาวิชาชีพครู และเพื่อประโยชน์ในการทำงานร่วมกัน พระราชบัญญัติดังกล่าวยังให้อำนาจสภาการฝึกหัดครูกำหนดวิทยาลัยครู รวมกันเป้นกลุ่มวิทยาลัยครูได้ ดังปรากฏในมาตรา ๕ ของพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๗ ว่า “ให้วิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษาและวิจัย มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาวิชาการในสาขาวิชาต่าง ๆ ตามความต้องการของท้องถิ่น และผลิตครูถึงระดับปริญญาตรี ทำการวิจัย ส่งเสริมวิทยฐานะของครูอาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และให้บริการทางวิชาการแก่สังคม ให้วิทยาลัยครูเป็นส่วนราชการในกรมการฝึกหัดครู สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของวิทยาลัยครูร่วมกัน สภาอาจารย์กำหนดให้วิทยาลัยครูหลายแห่งร่วมกันเป็นกลุ่มวิทยาลัยครูได้” ซึ่งต่อมาวันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๘ สภาการฝึกหัดครูจึงได้ออกข้อบังคับสภาการฝึกหัดครูรวมวิทยาลัยครูเข้าด้วยกัน ทั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์ในการใช้ทรัพยากรของวิทยาลัยครูให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา และเพื่อให้วิทยาลัยครูดำเนินงานร่วมกันตามภารกิจหลักให้เกิดประสิทธิภาพ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาในท้องถิ่น และเพื่อพัฒนากลุ่มวิทยาลัยครูให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาระดับปริญญาที่สมบูรณ์โดยเปลี่ยนชื่อ “กลุ่มวิทยาลัยครู” ซึ่งได้ทดลองใช้มาก่อนโดยไม่มีฐานะทางกฎหมายรองรับ เป็น “สหวิทยาลัย”

        กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การรับสมัครและสอบคัดเลือกนักศึกษาประจำร่วมกัน การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์เพื่อแจ้งผลการสอบเข้าเรียนใน วค. สสว. ทวารวดี การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร การพัฒนาผู้บริหารอุดมศึกษาของบุคลากรใน สสว.ทวารวดี การบริหารจัดการทีมกีฬา สสว.ทวารวดี การประชุมและฝึกอบรมประจำปี และการดำเนินงานการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในภูมิภาคตะวันตก

การบริหารงานแบบสหวิทยาลัย (United Colleges) หรือกลุ่มวิทยาลัยครู เป็นจุดเปลี่ยนเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ที่สำคัญช่วงหนึ่งที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อพัฒนาการของวิทยาลัยครูจนกลายเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่สมบูรณ์แบบในปัจจุบัน ช่วงเวลาในการบริหารงานแบบสหวิทยาลัยใช้เวลาประมาณ ๑๐ ปี (๒๕๒๘-๒๕๓๙) เป็นช่วงพัฒนาการควบคู่กับช่วงปลายของการเป็นวิทยาลัยครูเข้าสู่การเป็นสถาบันราชภัฏ

รายนามผู้บริหารในยุควิทยาลัยครูเพชรบุรี มีดังนี้

       1.นายวิเชียร  แสนโสภณ  เป็นอาจารย์ใหญ่ (พ.ศ. ๒๕๑๒ – ๒๕๑๕)
       2.นายประกอบ  ระกิติ เป็นอาจารย์ใหญ่ (พ.ศ. ๒๕๑๕ – ๒๕๑๖)
       3.นายสกล  นิลวรรณ เป็นผู้อำนวยการ (พ.ศ. ๒๕๑๖ – ๒๕๑๘)
       4.นายเสยย์  เกิดเจริญ เป็นผู้อำนวยการ (พ.ศ. ๒๕๑๘ – ๒๕๑๙)
       5.นายเสยย์  เกิดเจริญ เป็นอธิการ (พ.ศ. ๒๕๑๙ –๒๕๒๔)
       6.ผศ.ดร. วรชัย  เยาวปาณี เป็นอธิการ (พ.ศ. ๒๕๒๔ – ๒๕๒๙)
       7.นายนิทัศน์  เพียกขุนทด เป็นอธิการ (พ.ศ. ๒๕๒๙– ๒๕๓๒)
       8.รศ. สันต์  ธรรมบำรุง เป็นอธิการ (พ.ศ. ๒๕๓๒– ๒๕๓๖)
       9.ผศ.ดร. ปัญญา  การพานิช เป็นอธิการ (พ.ศ. ๒๕๓๖– ๒๕๓๘)

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บรรรณานุกรม

       ล้อม เพ็งแก้ว และคณะ (๒๕๓๑). เกษียณอายุราชการ อาจารย์เสยย์ เกิดเจริญ. เพชรบุรี : วิทยาลัยครูเพชรบุรี.
       ชำนาญ งามสมบัติ และคณะ. (๒๕๔๗). ประวัติอาคารมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี. เพชรบุรี : มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี.
       มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี (๒๕๕๖). ครูผู้สร้าง. เพชรบุรี : มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี.
       คณะกรรมการศึกษาประวัติศาสตร์ และพัฒนาการของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี (๒๕๕๙). ๙๐ ทศวรรษ โรงเรียนฝึกหัด
       ครูสู่มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี. เพชรบุรี : มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี.

Copyright © 2022 เว็บไซต์ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาราชภัฏเพชรบุรี