พัฒนาสู่มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีที่ก้าวไกล

รูปภาพ

        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๗ ต่อมาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานกล้าต้นตาล ให้แก่พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีและนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี พร้อมหัวหน้าหน่วยงานทั้งภาครัฐและประชาชนทั้งหมด ๑๗ คน และทรงปลูกต้นตาล ในโครงการปลูกตาลล้านต้น ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ต่อมาได้มีการกำหนดให้ต้นตาลเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีหลังจากนั้นมหาวิทยาลัยฯ ได้เปิดหลักสูตรการพยาบาลศาสตร์บัณฑิต เมื่อวันที่๑๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๗ มีการก่อสร้างอาคารใหม่รองรับการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นตามความเจริญก้าวหน้า อาทิ อาคารศูนย์การเรียนรู้และพัฒนาทักษะชีวิต และในอนาคตของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี “จะเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ ที่มีความโดดเด่นด้านอาหารและการท่องเที่ยว” มีความร่วมมือและแลกเปลี่ยนทางวิชาการกับกลุ่มประเทศอาเซียนและนานาชาติ เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นสากล

 

 

ตราสัญลักษณ์ (พระราชลัญจกร) มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี

 

ยุคที่ ๔ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี (๒๕๔๗-ปัจจุบัน)

        พ.ศ. ๒๕๔๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ยกฐานะ “สถาบันราชภัฏ” เป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏ” ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับราชกฤษฎีกา เล่มที่ ๑๒๑ ตอนพิเศษ ๒๓ ก  ลงวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๗ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๗ เป็นต้นไป ส่งผลทำให้สถาบันราชภัฏเพชรบุรี มีฐานะเป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี” โดยสมบูรณ์ มีวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๗ คือ “ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่ส่งเสริมพลังปัญญาของแผ่นดิน ฟื้นฟูพลังการเรียนรู้ เชิดชูภูมิปัญญาของท้องถิ่น สร้างสรรค์ศิลปวิทยา เพื่อความเจริญก้าวหน้าและยั่งยืนของปวงชน มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ การบำรุงรักษาการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีวัตถุประสงค์ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง” ทำการสอนวิจัยให้บริการทางวิชาการแก่สังคมปรับปรุง ถ่ายทอด และพัฒนาเทคโนโลยีทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และผลิตและส่งเสริมวิทยฐานะครู มีภาระหน้าที่ตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งมหาวิทยาลัย ดังนี้
               ๑. แสวงหาความจริงเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ บนพื้นฐานของภูมิปัญญาท้องถิ่นภูมิปัญญาไทย และภูมิปัญญาสากล
               ๒. ผลิตบัณฑิตที่มีความรู้คู่คุณธรรม สำนึกความเป็นไทย มีความรักและผูกพันต่อท้องถิ่น อีกทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในชุมชน อีกทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในชุมชน เพื่อช่วยให้คนในท้องถิ่นรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง การผลิตบัณฑิตดังกล่าว จะต้องให้มีจำนวนและคุณภาพสอดคล้องกับแผนผลิตบัณฑิตของประเทศ
               ๓. เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในคุณค่า ความสำนึก และความภูมิใจในวัฒนธรรมของท้องถิ่นและของชาติ
               ๔. เรียนรู้และส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน ผู้นำศาสนาและนักการเมืองท้องถิ่นให้จิตสำนึกประชาธิปไตย คุณธรรม จริยธรรม และความสามารถในการบริหารงานพัฒนาชุมชนและท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
               ๕. เสริมสร้างความเข้มแข็งของวิชาชีพครู ผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่เหมาะสมกับการเป็นวิชาชีพครู
               ๖. ประสานความร่วมมือและช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรอื่นทั้งในและต่างประเทศ เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
               ๗. ศึกษาและแสวงหาแนวทางพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของคนในท้องถิ่น รวมทั้งการแสวงหาแนวทาง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน
               ๘. ศึกษา วิจัย ส่งเสริมและสืบสานโครงการอันเนื่องมาจากแนวพระราชดำริในการปฏิบัติภารกิจของมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
 
        นอกจากนี้ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานอาคารเรียนรวม สูง ๙ ชั้น (อาคาร ๑๔) ว่า “อาคารวิทยาภิรมย์” เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

หลังจากที่พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ มีผลบังคับ มหาวิทยาลัยได้มีการออกข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศ เพื่อบริหารมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติ โดยได้สรรหานายกสภามหาวิทยาลัยและผู้ทรงคุณวุฒิชุดแรกและได้รับโปรดเกล้าแต่งตั้งตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี (จำนวน ๑๒ ราย) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๒๒ ตอนที่ ๕๑ ง เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๘ โดยพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท เป็นนายกสภามหาวิทยาลัยคนแรก ผู้ทรงคุณวุฒิชุดแรกจำนวน ๑๑ ราย ประกอบด้วย  นายกนก ภาวสุทธิไพศิฐ นายธานี ยี่สาร นายประสงค์ พิทูรกิจจา นายพงศศักดิ์ จิรชัยประวิตร นายพิชัย ขำเพชร นายพิชัย เพชราภิรัชต์ นายพีรเดช ทองอำไพ นางรสลิน เจียมเจริญ นายสืบพงศ์ เกตนุติ นางอุมา สุคนธมาน และนายโอภาส เขียววิชัย ส่วนการสรรหาอธิการบดีสภามหาวิทยาลัย มีมติให้เสนอชื่อ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เอกศักดิ์ บุตรลับ นำเสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏคนแรกตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศ ณ วันที่ วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๗ และประกาศในราชกิจานุเบกษา เล่มที่ ๑๒๑ ตอนที่ ๑๑๓ ง เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

 
         พ.ศ. ๒๕๔๘ ภายใต้วัตถุประสงค์และถาระหน้าที่ดังกล่าว มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ได้แบ่งส่วนราชการตามกฎกระทรวง จัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๘ ออกเป็น ๑๑ หน่วยงาน โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๒๒ ตอนที่ ๒๐ ก เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ดังนี้
         ๑.   สำนักงานอธิการบดี
         ๒.   คณะครุศาสตร์
         ๓.   คณะเทคโนโลยีการเกษตร
         ๔.   คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
         ๕.   คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
         ๖.   คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
         ๗.   คณะวิทยาการจัดการ
         ๘.   คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
         ๙.   สถาบันวิจัยและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม
         ๑๐. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
         ๑๑. สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน
ในปีนี้ได้เปิดสอนระดับบัณฑิตศึกษา สาขาหลักสูตรการสอน สาขาวิทยาศาสตร์ศึกษา สาขาบริหารธุรกิจ และสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ เปิดสอนระดับปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์
 
         พ.ศ. ๒๕๔๙ ต่อมากระทรวงศึกษาธิการได้ออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี พ.ศ. ๒๕๔๙ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๒๓ ตอนที่ ๖๒ ง เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ดังต่อไปนี้
                 ๑. ให้แบ่งส่วนราชการในสำนักงานอธิการบดี ดังนี้
                      (๑) กองกลาง
                      (๒) กองนโยบายและแผน
                      (๓) กองพัฒนานักศึกษา
                 ๒. ให้แบ่งส่วนราชการในคณะครุศาสตร์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์คณะวิทยาการจัดการ และคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นสำนักงานคณบดี
                 ๓. ให้แบ่งส่วนราชการในสถาบันวิจัยและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ และสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน เป็นสำนักงานผู้อำนวยการ
 
         นอกจากนี้ได้มีชุมชนในเขตอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร มาติดต่อขอให้ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีได้มาจัดการเรียนการสอนให้กับชุมชนในท้องถิ่นและชุมชนใกล้เคียง ด้วยเหตุที่ยังไม่มีสถาบันการศึกษาแห่งใดมาให้บริการทางวิชาการแก่ชุมชนในเขตดังกล่าวโดยให้ใช้โรงเรียน ท่าแซะรัชดาภิเษก อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร เป็นสถานที่ในการจัดการเรียนการสอน และในปีเดียวกันนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานกล้าต้นตาล ให้แก่พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีและนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และหัวหน้าหน่วยงานทั้งภาครัฐและประชาชนทั้งหมด ๑๗ คน และทรงปลูกต้นตาล ในโครงการปลูกตาลล้านต้น ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
 

 

 ภาพที่ ๗๖ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานกล้าต้นตาล
 

 

ภาพที่ ๗๗ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกต้นตาล

 
        พ.ศ. ๒๕๕๐ เปิดสอนระดับปริญญาตรี 6 สาขาวิชา ระดับปริญญาโท ๑๓ สาขาวิชา และปริญญาเอก ๓สาขาวิชา และมหาวิทยาลัยได้มีโครงการความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศ โดยการแลกเปลี่ยนนักศึกษากับมหาวิทยาลัยชนชาติกวางสี วิทยาลัยภาษาต่างประเทศตงฟาง วิทยาลัยธุรกิจการค้าต่างประเทศ และมหาวิทยาลัยชนชาติยูนาน โดยนักศึกษาจากสถาบันดังกล่าวมาเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาภาษาไทย (หลักสูตร ๑ ปี) และหลักสูตรปริญญาตรีวิชาภาษาไทย (หลักสูตร ๒ ปี) ในปีนี้ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารคณะวิทยาการจัดการ สูง ๘ ชั้น จากเงินงบประมาณ ในวงเงิน ๙๕,๙๓๐,๐๐๐ บาท
 
        พ.ศ. ๒๕๕๑ ก่อสร้างอาคารเรียนและอเนกประสงค์ สูง ๒ ชั้น (หอประชุมใหญ่) จากเงินงบประมาณ ในวงเงิน ๑๖๘,๘๘๔,๐๐๐ บาท
 
        พ.ศ. ๒๕๕๒ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นิวัต  กลิ่นงาม อธิการบดีมีนโยบายให้พัฒนา ปรับปรุง ศูนย์จัดการศึกษานอกสถานที่ตั้ง โดยให้คงไว้ของศูนย์ที่อยู่ในเขตบริการของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี  สำหรับศูนย์จัดการศึกษาที่อยู่นอกเขตบริการ ซึ่งได้แก่ ศูนย์นครปฐม จังหวัดนครปฐม  และศูนย์ปากท่อ จังหวัดราชบุรี  ให้หยุดการรับนักศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๕๒ เป็นต้นไป ส่วนนักศึกษาของศูนย์ที่อยู่นอกเขตบริการที่ยังคงมีการเรียนการสอนอยู่ มหาวิทยาลัยจะดูแลต่อไปจนกว่านักศึกษาจะสำเร็จการศึกษา โดยมอบหมายให้ผู้ช่วยศาสตราจารย์สาโรช  เผือกบัวขาว ผู้ช่วยอธิการบดี เป็นผู้ควบคุมนโยบายและดูแลศูนย์จัดการศึกษานอกสถานที่ตั้งดังกล่าว และต่อมา วันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างของสำนักจัดการศึกษาและบริการชุมชน มาเป็นศูนย์จัดการศึกษานอกสถานที่ตั้ง โดยให้คงไว้เพียงศูนย์เดียวคือ ศูนย์จัดการศึกษานอกสถานที่ตั้งประจวบคีรีขันธ์  และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัต กลิ่นงาม อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ได้ส่งหนังสือรายงานการจัดตั้งศูนย์จัดการศึกษานอกสถานที่ตั้ง ไปถึงเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เพื่อให้เป็นไปตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการลงวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ว่าด้วยการจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้ง
               - ก่อสร้างอาคารเรียนและปฏิบัติการคณะเทคโนโลยีการเกษตรสูง ๖ ชั้น จากเงินงบประมาณ ในวงเงิน ๘๘,๒๐๐,๐๐๐ บาท
 
        พ.ศ. ๒๕๕๓
               - มีการปิดหลักสูตรบางหลักสูตรในระดับปริญญาตรี คงเหลือเปิดสอนระดับปริญญาตรี ๔๒ สาขาวิชา ส่วนระดับปริญญาโท ยังคงเปิดสอน ๑๓ สาขาวิชา และระดับปริญญาเอก ๓ สาขาวิชาเช่นเดิม 
               - จัดตั้งโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เป็นส่วนงานภายในเมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลายโดยมุ่งเน้นสร้างคนดีคนเก่ง ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์และภาษาต่างประเทศเปิดรับนักเรียนในปีการศึกษา ๒๕๕๓ ใช้อาคารเรียนรวม (อาคาร ๑๑) เป็นที่ตั้งของโรงเรียน
               - ก่อสร้างอาคารหอพักนักศึกษา จำนวน ๒ หลัง และอาคารชุดที่พักบุคลากร จำนวน ๒ หลัง จากเงินรายได้ จำนวน ๑๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
 
        พ.ศ. ๒๕๕๔
               - เปิดสอนระดับปริญญาตรี ๕๒ สาขาวิชา ระดับปริญญาโท ๑๓ สาขาวิชา และระดับปริญญาเอก ๓ สาขาวิชา
               - ก่อสร้างอาคารเรียนคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สูง ๘ ชั้น จากเงินงบประมาณ ในวงเงิน ๑๑๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท และสระว่ายน้ำมาตรฐานพร้อมอัฒจันทร์มีหลังคาจากเงินงบประมาณ ในวงเงิน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
 
        พ.ศ. ๒๕๕๕
               - เปิดสอนระดับปริญญาตรี ๔๙ สาขาวิชา ระดับปริญญาโท ๑๓ สาขาวิชา และระดับปริญญาเอก ๒ สาขาวิชา ป.บัณฑิต ๑ สาขาวิชา และเปิดรับนักศึกษาสาขาวิชาการแพทย์แผนไทยเป็นปีการศึกษาแรกในปีนี้
               - คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี มีมติเห็นชอบให้จัดตั้งคณะพยาบาลศาสตร์ ในการประชุมคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ครั้งที่ ๑๒/๒๕๕๕ วันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ 
 
         พ.ศ. ๒๕๕๖
               - คณะกรรมการสภาวิชาการให้ความเห็นชอบหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ ๒๕๕๗) ในการประชุมสภาวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ครั้งที่ ๘/๒๕๕๖ วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ และคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี อนุมัติหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ ๒๕๕๗) ในการประชุมคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี  ครั้งที่ ๘/๒๕๕๖ วันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ตามลำดับ
               - มหาวิทยาลัยยังคงดำเนินโครงการความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาต่างประเทศ โดยการแลกเปลี่ยนนักศึกษากับมหาวิทยาลัยชนชาติกวางสี วิทยาลัยภาษาต่างประเทศตงฟาง วิทยาลัยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศกวางสี และมหาวิทยาลัยชนชาติยูนนาน ในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาภาษาไทย (หลักสูตร ๑ ปี) และหลักสูตรปริญญาตรี วิชาภาษาไทย (๒ ปี) มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งแสวงหาความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในประเทศสมาชิกอาเซียนเพิ่มเติม ได้แก่ Gunadarma University สาธารณรัฐอินโดนีเซียUniversityof Battambang ราชอาณาจักรกัมพูชาLuang Prabang Teacher Training College และ Souphanuvong University สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวHanoi National University of EducationและUniversity of Language and international Studies สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามUniversityMalaysia Sabah และ University Kebangsaan Malaysia มาเลเซียและ The Regional Center for Vocational and Southeas Asian Ministers of Education Organization บรูไน
              - มหาวิทยาลัยได้รับเกียรติจาก นางคริสตี้ เคนนี่ย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยให้เกียรติมาเยือนมหาวิทยาลัยในวันที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
              - ก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนรู้และพัฒนาทักษะชีวิต สูง ๖ ชั้น โดยใช้งบประมาณจากเงินรายได้ ในวงเงิน ๑๖๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
 
         พ.ศ. ๒๕๕๗
              - สภาการพยาบาล อนุมัติหลักสูตรการพยาบาลศาสตรบัณฑิต เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗ และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา อนุมัติหลักสูตรการพยาบาลศาสตรบัณฑิต เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ คณบดีคนแรก อาจารย์ณัทกวี ศิริรัตน์ ปี พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๒ และเปิดรับนักศึกษาประจำปีการศึกษา ๒๕๕๗ เป็นปีแรก จำนวน ๗๐ คน โดยใช้อาคาร ๘ เป็นอาคารเรียนของคณะพยาบาลศาสตร์
 

 

              - ก่อสร้างอาคารเรียนและปฏิบัติการคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สูง ๗ ชั้น จากเงินงบประมาณ ในวงเงิน ๑๐๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท
 
       พ.ศ. ๒๕๕๘ ก่อสร้างอาคารปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ (คณะพยาบาลศาสตร์) สูง ๘ ชั้น วงเงินที่ได้รับจัดสรรจากเงินงบประมาณ  ๒๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท และอาคารปฏิบัติการอาหาร สูง ๖ ชั้น ได้รับจัดสรรจากเงินรายได้  ๘๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ปัจจุบันมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีเปิดการเรียนการสอน ๗ สาขา คือ ครุศาสตร์, ศิลปศาสตร์, วิทยาศาสตร์, บริหารธุรกิจ, นิติศาสตร์, รัฐประศาสนศาสตร์ และพยาบาลศาสตร์ ซึ่งมี ๘ คณะ ได้แก่
       - คณะครุศาสตร์
       - คณะเทคโนโลยีการเกษตร
       - คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
       - คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
       - คณะพยาบาลศาสตร์
       - คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
       - คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
       - คณะวิทยาการจัดการ
 

โครงการ/กิจกรรมสำคัญที่มีผลกระทบต่อสังคมสูง ซึ่งได้ริเริ่มและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เช่น

        1. โครงการหนึ่งคณะหนึ่งอำเภอ เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ จนถึงปัจจุบัน มีจุดมุ่งหมายเพื่อนำองค์ความรู้ที่เกิดจากการวิจัยและการจัดการเรียนการสอนไปสู่การแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน 

        2. โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ จนถึงปัจจุบัน มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบเข้าใจและเห็นความสำคัญของพันธุกรรมพืชให้ร่วมคิด ร่วมปฏิบัติ จนเกิดผลประโยชน์ถึงมหาชนชาวไทย และให้มีระบบข้อมูลพันธุกรรมพืช สื่อถึงกันได้ทั่วประเทศ

        3. โครงการมหกรรมวัฒนธรรมอาเซียนสัมพันธ์เฉลิมพระเกียรติเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ จนถึงปัจจุบัน มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างเครือข่ายวิชาการด้านศิลปะ ดนตรี และนาฏศิลป์พื้นบ้านจากภูมิภาคต่าง ๆ และในอาเซียน ตลอดจนนำวัฒนธรรมมาเป็นสื่อกลางในการสร้างความปรองดองในภูมิภาคอาเซียน การจัดงานดังกล่าวได้รับการตอบรับจากกลุ่มประเทศอาเซียนและประเทศในภูมิภาคใกล้เคียง ซึ่งผลการดำเนินงานประสบความสำเร็จและได้รับความชื่นชมจากประชาชนชาวจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอย่างดียิ่ง ถือเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้แก่นักศึกษาหรือประชาชนทั่วไปให้เกิดคุณค่าใหม่ของการเรียนรู้และกระตุ้นให้เห็นความสำคัญในประเด็นอาเซียนรวมทั้งนักศึกษามีโอกาสและเห็นรูปธรรมที่จับต้องได้จริงจากการประยุกต์ความรู้ในภาคทฤษฎีมาสู่ภาคการปฏิบัติได้รับประสบการณ์ตรงเพื่อเตรียมพร้อมและนำไปปรับใช้กับการใช้ชีวิตในอนาคตได้

        4.โครงการราชภัฏวิจัยเป็นโครงการประชุมวิชาการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติราชภัฏเพชรบุรีวิจัยเพื่อแผ่นดินไทยที่ยั่งยืนจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ เป็นต้นมาและในปี ๒๕๕๘ ได้มีการจัดโครงการประชุมวิชาการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติและนานาชาติขึ้น

 
ในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๗ นักศึกษาและศิษย์เก่าได้รับรางวัลระดับชาติ จำนวนมาก ได้แก่
        1. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เหรียญเงิน แข่งขันกีฬาวอลเลย์ชายหาดชิงชนะเลิศมหาวิทยาลัยแห่งเอเชีย ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 22 - 26 ส.ค. 2557ณ เมืองชิงเต่า มณฑลซานตง สาธารณรัฐประชาชนจีน
        2. รางวัลชมเชยระดับประเทศ โครงการประกวดสื่อนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยก้าวสู่การเป็นพลเมืองอาเซียน ในระหว่างวันที่ 27-28 สิงหาคม 2557 ณ ห้องประชุมรักตะกนิษฐ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
        3. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 กีฬาปันจักสีลัต ประเภท ร่ายรำ ในการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยอาเซียน ครั้งที่ 17 ณ ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 8-13 ธันวาคม 2557
        4. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 โครงการประกวดพ่อครัวมืออาชีพ ระดับเยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 4 ณ PEACH : ROYAL CLIFF BEACH RESORT พัทยา จังหวัดชลบุรี
        5. นักศึกษาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศได้คะแนน 1000 คะแนน เต็ม ในการสอบรับใบประกาศของ ซิสโกซิสเต็ม (CCNA : Cisco Certified Network Associate) เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2557
 

มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีที่ก้าวไกล

ภาพในอนาคตของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี “จะเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ ที่มีความโดดเด่นด้านอาหารและการท่องเที่ยว”โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จะก้าวไกลดังนี้
        ๑. เป้าหมายด้านการผลิตบัณฑิต
            ๑.๑ หลักสูตร
               ๑) เปิดหลักสูตรปริญญาตรี รวม ๗๐ หลักสูตร และหลักสูตรบัณฑิตศึกษา รวม ๓๐ หลักสูตร สัดส่วนหลักสูตรระดับปริญญาตรี : บัณฑิตศึกษา เป็น ๗ : ๓(ปี ๒๕๕๗ สัดส่วนปริญญาตรี : บัณฑิตศึกษาเป็น ๗.๕ : ๒.๕)
               ๒) มีการบริหารหลักสูตรตามกลุ่มสาขาวิชา ๗ กลุ่มสาขาวิชา และมีจุดเน้นตามลำดับ ดังนี้ 
                   (๑) กลุ่มสาขาวิชาอาหารและการท่องเที่ยว
                   (๒) กลุ่มสาขาวิชาวิชาชีพครู
                   (๓) กลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
                   (๔) กลุ่มสาขาวิชาธุรกิจและการสื่อสาร
                   (๕) กลุ่มสาขาวิชาการเมือง การปกครองและกฎหมาย
                   (๖) กลุ่มสาขาวิชาภาษา และวัฒนธรรม
                   (๗) กลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
 
และเพื่อสร้างจุดเด่นด้านอาหารและการท่องเที่ยวตามวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยจะมีพัฒนาพื้นที่โปร่งสลอดให้เป็นแหล่งเรียนรู้และบริการด้านอาหารและการท่องเที่ยว โดยดำเนินการในลักษณะวิสาหกิจภายใต้กำกับของมหาวิทยาลัย
            ๑.๒ จำนวนนักศึกษา
                   จำนวนนักศึกษาระดับปริญญาตรี ทั้งหมด ๑๓,๗๐๕ คน และระดับบัณฑิตศึกษาทั้งหมด ๓๓๕ คน คิดเป็นสัดส่วนนักศึกษาระดับปริญญาตรี : บัณฑิตศึกษา เป็น ๔๑: ๑(ปี ๒๕๕๖สัดส่วนปริญญาตรี: บัณฑิตศึกษา เป็น ๘๒: ๑)
            ๑.๓ สัดส่วนอาจารย์ต่อนักศึกษา
                  สัดส่วนอาจารย์ต่อนักศึกษาเต็มเวลาไม่เกิน ๑ : ๒๕ เพื่อสร้างคุณภาพบัณฑิตและสอดคล้องกับกลยุทธ์การจัดการเรียนการสอนที่เน้นการปฏิบัติจริง
        ๒. เป้าหมายด้านการวิจัย
            ๒.๑ ผลงานตีพิมพ์ระดับนานาชาติ
                  ผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ เท่ากับ ๒๐ เรื่อง
            ๒.๒ รายได้จากงานวิจัย  
                  รายได้จากงานวิจัย ประมาณ   ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท
            ๒.๓ บุคลากรที่ทำงานวิจัย  
                  ร้อยละ ๖๐ ของบุคลากรสายวิชาการที่ทำงานวิจัย
        ๓. เป้าหมายด้านการบริหาร
            ๓.๑ ด้านสถานะและโครงสร้างองค์กร
                   มีสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐที่มีความอิสระในการบริหารมากขึ้น
            ๓.๒ ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
                   บริหารอัตรากำลังทุกระดับ ทุกประเภท ประมาณ ๗๐๐ คน มีสัดส่วนสายวิชาการ : สายสนับสนุน เท่ากับ ๖ : ๔ 
            ๓.๓ ด้านงบประมาณ
                   มีสัดส่วนรายรับจาก รัฐ : ค่าเล่าเรียน : งานวิจัยและบริการวิชาการและอื่นๆ เท่ากับ ๔ :๓ : ๒
            ๓.๔ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
                  ๑) มุ่งพัฒนาสู่การเป็น Green and Clean University และ E – University ที่รองรับการเรียนการสอนและการบริหารจัดการอย่างครอบคลุม
                  ๒) ก่อสร้างอาคารเรียนและอาคารประกอบ เช่น อาคารเรียนศิลปะและการออกแบบ อาคารสำนักงานมหาวิทยาลัยและศูนย์การเรียนรวม อาคารเรียนคณะครุศาสตร์  อาคารเรียนและปฏิบัติการคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มอาคารหอพักนักศึกษาและบุคลากร กลุ่มอาคารอุทยานวิทยาศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ อาคารเรียนและปฏิบัติการการเมือง การปกครองและนิติศาสตร์
        ๔. เป้าหมายด้านความเป็นสากล
            ๔.๑ ผลการจัดอันดับ
                  ๑) ได้รับการจัดอันดับ ๕ อันดับแรก ของประเทศด้านอาหารและการท่องเที่ยว

                  ๒) ได้ผลการจัดลำดับ มหาวิทยาลัยโลก (QS World University Ranking)  ๒,๐๐๐ อันดับแรก

                  ๓) ได้รับผลการจัดอันดับเว็บมหาวิทยาลัย (Ranging of Web University) ๒,๐๐๐ อันดับแรก 

            ๔.๒ หลักสูตรนานาชาติ
                   มีหลักสูตรที่สอนเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ต่ำกว่า ๕ หลักสูตร 
            ๔.๓ จำนวนนักศึกษาและบุคลากรต่างชาติ
                  ๑) มีนักศึกษาต่างชาติ ไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๑ ของนักศึกษาทั้งหมด 
                  ๒) มีบุคลากรสายวิชาการที่เป็นชาวต่างชาติ ไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๕ ของบุคลากรสายวิชาการทั้งหมด
 
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
บรรรณานุกรม       
        ชำนาญ งามสมบัติ และคณะ (๒๕๔๗). “ประวัติอาคาร มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี”. เพชรบุรี : มหาวิทยาลัยราชภักเพชรบุรี, ๒๕๔๗.
        มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี (๒๕๕๐). “รายงานการประเมินตนเอง มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๐”. เพชรบุรี : มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, ๒๕๕๐.
        คณะครุศาสตร์ (๒๕๔๗). “รายงานประจำปี ๒๕๔๗ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี”. เพชรบุรี: มหาวิทยาลัยราชภักเพชรบุรี, ๒๕๔๗.
        มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี (๒๕๕๑). “ตาลล้านต้น”. เพชรบุรี: มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, ๒๕๕๑.
        http://occ.pbru.ac.th: ศูนย์จัดการศึกษานอกสถานที่ตั้ง มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี.

Copyright © 2022 เว็บไซต์ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาราชภัฏเพชรบุรี