มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีเป็นสถาบันการศึกษาเก่าแก่ มีพัฒนาการต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน (๒๕๖๐)นับเวลาได้ ๙๒ ปี โดยเริ่มต้นจากโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำจังหวัดราชบุรี ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๘ มีประวัติศาสตร์ และพัฒนาการก้าวหน้ามาตามลำดับ ดังนี้
โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำจังหวัดราชบุรี (พ.ศ. ๒๔๖๘-๒๔๗๐)
พ.ศ. ๒๔๖๘ โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำจังหวัดราชบุรี หรือ โรงเรียนรัฐบาลกสิกรรมประจำจังหวัดราชบุรี ได้จัดตั้งขึ้นตามนโยบายรัฐบาลในขณะนั้น ซึ่งต้องการจัดการสอนฝึกหัดครูมูลกสิกรรม โรงเรียนนี้สร้างโดยใช้เงินบำรุงการศึกษาประชาบาล ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๘ ณ พื้นที่ของวัดท่าโค (ร้าง) ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ตำบลอู่เรือ จังหวัดราชบุรี โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความดูแลของกระทรวงธรรมการ เมื่อแรกตั้งโรงเรียน ธรรมการมณฑลราชบุรีได้ส่ง นายเนื่อง วีระกลัส ครูโรงเรียนประจำมณฑลราชบุรี มาเป็นครูใหญ่ และมีนายฮู้ ภิงคานนท์ เป็นครูรอง โดยมี อำมาตย์เอก พระยาอรรถกระวีสุนทร เป็นผู้อุปการะโรงเรียน สภาพทั่วไปของโรงเรียนฝึกหัดครูมูลกสิกรรมประกอบด้วยอาคารต่างๆ ได้แก่ อาคารเรียน ที่พักครู เรือนไก่ โรงครัว และที่พักนอนของนักเรียนจำนวน ๑๕ ห้อง ซึ่งเป็นเรือนหลังคามุงจากฝากรุด้วยจากและขัดแตะ การปลูกสร้างโรงเรียนใช้เงินบำรุงการศึกษาประชาบาล และได้ขอใช้ไม้บางส่วนจากค่ายหลวงบ้านโป่ง นักเรียนที่เข้าศึกษาในโรงเรียนต้องอยู่ประจำโดยมีครูผู้ปกครองควบคุมดูแล ต่อมาโรงเรียนฝึกหัดครูมูลกสิกรรมได้พัฒนาขึ้นเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรแผนกวิชากสิกรรมมณฑลราชบุรี
ภาพที่ ๑ ใบใต่สวนและหมายเขตร์ที่ดินแสดงกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงค์วัดท่าโค (ร้าง) ของกระทรวงธรรมการ ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดราชบุรี
ภาพที่ ๒ ระวางแผนที่รังวัดที่ดิน ตำบลอู่เรือ ริมฝั่งน้ำแม่กลอง จังหวัดราชบุรีแสดงภาพพื้นที่วัดท่าโค ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำจังหวัดราชบุรีและโรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรแผนกวิชากสิกรรมมณฑลราชบุรีในระหว่างปี พ.ศ.๒๔๖๘ – พ.ศ.๒๔๗๐
ภาพที่ ๓ ปัจจุบันบ้านอู่เรืออยู่ในเขตตำบลบ้านไร่ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี พื้นที่วัดท่าโค ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรม ปัจจุบันเป็นที่ตั้งขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไร่
ภาพที่ ๔ เอกสารธรรมการมณฑลราชบุรีแจ้งความไปยังกระทรวงธรรมการ เรื่องการตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๘ (เอกสารหอจดหมายเหตุแห่งชาติ หมายเลข ศธ ๖๑.๒/๖๖)
โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลแผนกวิชากสิกรรมจังหวัดเพชรบุรี (พ.ศ. ๒๔๗๐-๒๔๗๕)
พ.ศ. ๒๔๗๐ กระทรวงธรรมการได้สั่งย้ายโรงเรียนมาตั้งอยู่ตำบลบ้านหม้อ เขตพระราชวังรามราชนิเวศน์ (วังบ้านปืน) อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ชื่อโรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลแผนกกสิกรรมจังหวัดเพชรบุรี และได้ย้ายโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมจังหวัดสมุทรสงครามมารวมด้วยอีกโรงหนึ่ง เดิมตัวโรงเรียนปลูกเป็นเรือนปั้นหยา ๒ ชั้น ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี ต่อมามีนักเรียนเพิ่มมากขึ้น โรงเรียนเดิมคับแคบใช้เป็นที่เรียนไม่พออำมาตย์เอกพระยาสุรพันธ์เสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมัยนั้นจึงมีบัญชาให้โรงเรียนใช้อาคารของวังพระรามราชนิเวศน์ทั้งหลังเป็นสถานที่เรียน และเป็นหอพักของนักเรียนฝึกหัดครูระยะแรกที่ได้ตั้งโรงเรียนนี้มีครู ๘ คน นักเรียน ๔๒ คน มีนายฮู้ ภิงคานนท์ เป็นครูใหญ่ การรับนักเรียนสมัยแรกนี้ รับนักเรียนที่จบชั้นประโยคประถมศึกษา หลักสูตร ๒ ปี เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้รับประกาศนียบัตร ฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑล วิชาที่เรียนมีวิชาสามัญ วิธีสอนและวิชากสิกรรมวิสามัญ มีความยากง่ายเท่าเทียมกับประโยคมัธยมตอนต้นวิชากสิกรรมเทียบหลักสูตรฝึกหัดครูกสิกรรม ได้เปิดสอนและรับนักเรียนเข้าฝึกหัดตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๐ เป็นต้นมา ดังปรากฏในบันทึกจดหมายเหตุรายวันของโรงเรียนว่า
ภาพที่ ๕ อาคารหลังแรก ณ ริมฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี ฝั่งตะวันออก ติดกับถนนบริพัตร
พ.ศ. ๒๔๗๔ กระทรวงธรรมการสั่งย้ายโรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลนครชัยศรี ซึ่งตั้งอยู่ตำบลพระประโทน อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม มาเรียนรวมกันที่โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีอีกแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๔๗๔ ในยุคนี้นายแช สามชัย เป็นครูใหญ่
ยุคหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ โรงเรียนฝึกหัดครูมูล และแผนกฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัด (พ.ศ. ๒๔๗๖)
พ.ศ. ๒๔๗๖ โรงเรียนได้ยกฐานะขึ้นเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูมูล และได้จัดตั้งแผนกฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดอีกแผนกหนึ่งเพื่อสอนวิชาครูแผนกเกษตรกรรม ในปีนี้ได้ย้ายไปเรียนอยู่ในพระราชวังรามราชนิเวศน์ ส่วนตัวโรงเรียนเดิมนั้น ทางราชการได้จัดตั้งเป็นโรงเรียนประถมวิสามัญการเรือนหญิง โดยคงใช้สถานที่พระราชวังรามราชนิเวศน์ การนี้กระทรวงธรรมการอนุมัติให้โรงเรียนเปิดรับนักเรียนฝึกหัดครูขึ้นอีกระดับหนึ่ง โดยรับนักเรียนที่สำเร็จชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ หรือนักเรียนที่สำเร็จชั้นฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดเรียนต่ออีก ๒ ปี วิชาที่เรียนมีวิชาสามัญเพิ่มมากขึ้น แต่โรงเรียนก็ถือว่าวิชากสิกรรมเป็นวิชาสำคัญ ฉะนั้นนักเรียนฝึกหัดครูทุกคนจึงต้องทำงานตามภาคปฏิบัติงานกลางแจ้งทุกวัน
โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดเพชรบุรี (พ.ศ. ๒๔๗๗-๒๔๘๔)
พ.ศ. ๒๔๗๗ กระทรวงธรรมการได้ปรับปรุงหลักสูตรครูประกาศนียบัตรเสียใหม่ โดยรับนักเรียนที่สำเร็จชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ หรือประถมวิสามัญกสิกรรม (เกษตรกรรม) เข้าเรียน ๒ ปี ระยะแรกนี้โรงเรียนได้อนุญาตให้นักเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรที่เรียนเก่ง สมัครสอนประโยคครูมูลได้และได้เปลี่ยนชื่อจาก โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดเพชรบุรี
ภาพที่ ๖ ภาพถ่ายหมู่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดเพชรบุรีราว พ.ศ. ๒๔๗๘ ขณะนั้นโรงเรียนตั้งอยู่ในพื้นที่พระรามราชนิเวศน์ ผู้ชายนั่งกลางมีแถบแพรดำที่แขนเสื้อคือ นายไกรสีห์ (เซ่งฮวด) สุขสมัย ครูใหญ่ ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๔๗๘ – พ.ศ. ๒๔๘๓ เด็กชายที่นั่งแถวหน้าซ้ายสุดคือ นักเรียนฝึกหัดครู เกริ่น ทองนุ่ม (เจ้าของภาพที่นำมาแสดง) นายเกริ่น ทองนุ่ม เกิดเมื่อ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๔ เริ่มต้นเข้ารับราชการครู ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๒ เกษียณอายุราชการในตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียนบ้านไร่ถิ่นน้อย ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ เสียชีวิตเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๗
พ.ศ. ๒๔๘๑ กองทัพบกประสงค์ที่จะใช้สถานที่ของวังพระรามราชนิเวศน์เป็นที่ตั้งกองพันทหาร (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งกองพันทหาร กรมทหารราบที่ ๒๑ กองพันที่ ๒ รักษาพระองค์) กระทรวงศึกษาธิการจึงสั่งย้ายนักเรียนฝึกหัดครูมูลไปเรียนที่โรงเรียนฝึกหัดครูสงขลา และโรงเรียนฝึกหัดครูอยุธยา ส่วนนักเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตร จังหวัดคงให้เรียนที่จังหวัดเพชรบุรี แต่ย้ายสถานที่เรียนไปก่อสร้างใหม่ที่วัดเกตุ (วัดร้าง) ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเพชรบุรี ตรงข้ามกับวังพระรามราชนิเวศน์โรงเรียนเดิม และปีเดียวกันนี้กระทรวงศึกษาธิการได้ปรับปรุงหลักสูตรฝึกหัดครูประกาศนียบัตรใหม่ โดยรับนักเรียนที่สำเร็จชั้นมัธยมปีที่ ๓ (ม.๓) เข้าเรียน ๒ ปี
ภาพที่ ๗ ภาพถ่ายหมู่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดเพชรบุรีในโอกาสสำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ขณะนั้นได้ย้ายข้ามฝั่งแม่น้ำมาตั้งโรงเรียนในพื้นที่วัดเกตุ (ร้าง)ชายนั่งกลางคือ นายไกรสีห์ (เซ่งฮวด) สุขสมัยครูใหญ่
ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๔๗๘ – พ.ศ. ๒๔๘๓ ชายที่ยืนแถวหลังขวาสุดคือ นักเรียนฝึกหัดครู เกริ่น ทองนุ่ม (เจ้าของภาพที่นำมาแสดง)
พ.ศ. ๒๔๘๔ กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายเร่งรัดผลิตครูวุฒิออกไปทำการสอนในโรงเรียนประชาบาลให้มากขึ้น จึงให้โรงเรียนเปิดสอนนักเรียนฝึกหัดครูประชาบาล (ป.บ.) ขึ้นอีกแผนกหนึ่ง โดยรับนักเรียนที่สำเร็จ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เข้าเรียนต่ออีก ๓ ปี เมื่อจบการศึกษาแล้วก็ออกไปเป็นครูประชาบาล ถ้าประสงค์จะเรียนต่อ ก็เข้าเรียนตามหลักสูตรฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดได้โรงเรียนฝึกหัดครูมูลเพชรบุรี (พ.ศ. ๒๔๘๕-๒๔๙๐)
พ.ศ. ๒๔๘๕ โรงเรียนเปิดรับนักเรียนฝึกหัดครูมูลอีกครั้งหนึ่ง รับนักเรียนที่สำเร็จชั้นมัธยมปีที่ ๖ (ม.๖) หรือสำเร็จฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดเรียนตามหลักสูตร ๑ ปีและเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูมูลเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๔๘๗ นักเรียนฝึกหัดครูประถม (ป.ป.) ชั้นปีที่ ๑ ของโรงเรียนฝึกหัดครูประถมพระนครได้อพยพหลบภัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ มารียนที่โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีเป็นเวลา ๑ ปี
ภาพที่ ๘ โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรี
ภาพที่ ๙ ตราสัญลักษณ์โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรี โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรี (พ.ศ. ๒๔๙๑-๒๕๑๒)
พ.ศ. ๒๔๙๑ เปลี่ยนชื่อโรงเรียน เป็นโรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีและยกเลิกหลักสูตรครูประชาบาล
พ.ศ. ๒๔๙๗ งดรับนักเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตร (ว.)
พ.ศ. ๒๔๙๘ กระทรวงศึกษาธิการยกเลิกหลักสูตรฝึกหัดครู (ป.) เปลี่ยนเป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา (ป.กศ.) โดยรับนักเรียนที่สำเร็จมัธยมศึกษาปีที่ ๖ (ม.๖) หรือมัธยมศึกษาปีที่ ๓ (ม.ศ. ๓) เข้าเรียน ๒ ปี มีนักเรียน ป.กศ. ปีแรกจำนวน ๓๕ คน
พ.ศ. ๒๔๙๙ กระทรวงศึกษาธิการสั่งย้ายโรงเรียนฝึกหัดครูนครปฐมชายมาเรียนรวมกันที่โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรี
พ.ศ. ๒๕๐๔ นายเสยย์เกิดเจริญ นายล้อม เพ็งแก้ว พระครูสุนทรธรรมวงศ์ เจ้าอาวาสวัดสนามพราหมณ์ และพระครูปั่น วัฒโน เจ้าอาวาสวัดเพรียง ได้ร่วมกันหาที่ดินเพื่อก่อสร้างโรงเรียน เนื่องจากบริเวณที่ตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีเดิมเป็นที่ดินของธรณีสงฆ์และกองทัพบกมีเนื้อที่รวมกันประมาณ ๑๘ ไร่ คับแคบ ขยายโรงเรียนออกไปไม่ได้ ทางกรมการฝึกหัดครูได้ให้ทางโรงเรียนพยายามจัดหาที่สร้างโรงเรียนใหม่คณะดังกล่าวทราบว่าที่ดินบริเวณตำบลนาวุ้งและตำบลโพไร่หวาน ซึ่งอยู่หลังวัดเพรียง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรีเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า ราษฎรทำนาหรือทำการเกษตรไม่ค่อยได้ผลเนื่องจากเป็นที่ดินดอน เรียกพื้นที่นี้ว่า ขังใหญ่ หรือ “ดอนขังใหญ่” จึงได้ติดต่อท่านเจ้าอาวาสวัดสนามพราหมณ์ และท่านเจ้าอาวาสวัดเพรียง อำเภอเมืองเพชรบุรีให้ติดต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ราษฎรเจ้าของที่ดินตลอดจนพนักงานที่ดินของจังหวัดเพชรบุรี เพื่อสำรวจที่ดินบริเวณดังกล่าวเพราะเห็นว่าที่บริเวณนี้เหมาะแก่การก่อสร้างสถานศึกษา การคมนาคมสะดวก ห่างจากตัวเมืองเพียง ๓.๕ กม. อยู่ริมถนนหาดเจ้าสำราญ ในระยะแรกนี้ ราษฎรส่วนใหญ่ยินดีอุทิศที่ดินให้แก่ทางราชการ
พ.ศ. ๒๕๐๕ ทางราชการได้แต่งตั้งนายพะนอม แก้วกำเนิด มาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ ได้ร่วมมือกับครูอาจารย์ในโรงเรียน ยึดถือแนวทาง “ไม่ยุบ ไม่ย้าย ต้องขยาย” โดยทำการติดต่อเจ้าของที่ดิน เพื่อขอที่ดินเพิ่มเติมจากเจ้าของที่ดินรวม ๕๒ ราย ได้อุทิศที่ดินประมาณ ๒๐๐ ไร่ และทางโรงเรียนได้ทำการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของกรมการฝึกหัดครู กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อทำการก่อสร้างโรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีขึ้นใหม่
พ.ศ. ๒๕๐๖ ทำการบุกเบิกที่ดิน ถางป่าปรับปรุงที่ดินให้ราบเรียบเพื่อทำการก่อสร้าง ได้ขอยืมรถแทรกเตอร์ของนิคมสร้างตนเองเขื่อนเพชรบุรีมาดำเนินการ
ภาพที่ ๑๐ คณาจารย์โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรี ณ ดอนขังใหญ่
พ.ศ. ๒๕๐๗ ได้รับงบประมาณ ๔ ล้านบาท เพื่อทำการก่อสร้างอาคารเรียนเป็นตึก ๓ ชั้น ๑ หลัง (อาคารเรียน ๑) อาคารเรียน ๒ หลัง โรงอาหาร หอประชุม บ้านพักอาจารย์ใหญ่ ๑ หลัง บ้านพักครู ๘ หลัง บ้านพักภารโรง ๔ หลัง ติดตั้งไฟฟ้าสร้างสระเก็บน้ำ และถังส่งน้ำประปา สร้างถนนลาดยางยาว ๑,๒๕๐ เมตร ทำรั้วลวดหนามรอบบริเวณที่ดินของโรงเรียน
ภาพที่ ๑๑ อาคารเรียนหลังแรก ณ ดอนขังใหญ่
ภาพที่ ๑๒ อาคารโรงอาหาร
ภาพที่ ๑๓ อาคารหอประชุม
ภาพที่ ๑๔ เรือนรับรอง (บ้านพักอาจารย์ใหญ่)
ภาพที่ ๑๕ บ้านพักผู้บริหาร (รองอาจารย์ใหญ่ฝ่ายปกครอง)
พ.ศ. ๒๕๐๘ ได้รับเงินงบประมาณ ประมาณ ๒ ล้านบาท ทำการก่อสร้างอาคารเรียนเพิ่มให้สมบูรณ์ สร้างอาคารนอน ๒ หลัง โรงครัว ๑ หลัง บ้านพัก ๔ หลัง บ้านพักภารโรง ๓ หลัง และสร้างถังกรองน้ำประปา ๑ แห่ง
พ.ศ. ๒๕๐๙ ได้รับเงินงบประมาณเกือบ ๒ ล้านบาท เพื่อสร้างอาคารนอน ๒ หลัง โรงฝึกงาน ๑ หลัง บ้านพักครู ๔ หลัง ติดตั้งไฟฟ้า น้ำประปาเพิ่มเติมและทำถนนดิน
พ.ศ. ๒๕๑๐ ได้รับเงินงบประมาณ ๖ แสนบาท เพื่อก่อสร้างอาคารคหกรรมศาสตร์ ๑ หลัง และบ้านพักครู ๔ หลัง โรงเรียนได้ติดต่อเจ้าของที่ดินเพื่อขยายบริเวณโรงเรียนด้านหน้า และด้านทิศใต้ ได้ที่ดินเป็นของทางราชการเพิ่มขึ้นประมาณ ๕๐ ไร่ รวมประมาณ ๒๕๐ ไร่ ที่ดินได้เพิ่มนี้เจ้าของที่ดินอุทิศให้บ้าง และมีผู้ศรัทธาซื้อมอบให้บ้าง
พ.ศ. ๒๕๑๑ ได้รับเงินงบประมาณค่าก่อสร้างสองล้านสองแสนบาท เป็นค่าก่อสร้างอาคารเรียนตึก ๓ ชั้น 1 หลัง (อาคารเรียน ๒) เป็นเงินสองล้านบาทและบ้านพักครู ๓ หลัง เป็นเงินสองแสนบาท นอกจากนี้คณะนักเรียนได้สละเงินสร้างศาลพระภูมิประจำโรงเรียนเป็นเงินแปดพันบาท และนายเพิ้น เรืองอร่าม ได้สร้างพระพุทธรูปชื่อ “พระบรมมหามุนี” ราคาหนึ่งพันบาทไว้ประจำศาล ต่อมากระทรวงศึกษาธิการได้สั่งย้ายนายพะนอม แก้วกำเนิด อาจารย์ใหญ่ ไปดำรงตำแหน่งหัวหน้ากองโรงเรียนราษฎร์ กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๑๑ และได้แต่งตั้ง นายวิเชียร แสนโสภณ อาจารย์เอกจากวิทยาลัยครูพิบูลสงคราม มาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่แทน
ภาพที่ ๑๖ พระบรมมหามุนี (ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี ๒๕๑๑)
ภาพที่ ๑๗ นายพะนอม แก้วกำเนิด อาจารย์ใหญ่ โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรี (พ.ศ. ๒๕๐๕-๒๕๑๑)
ภาพที่ ๑๘ บริเวณโรงฝึกงาน โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรี
ภาพที่ ๑๙ คณาจารย์ส่วนหนึ่ง ยุคโรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรี
ภาพที่ ๒๐ นักศึกษาโรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรี
ภาพที่ ๒๑ อาจารย์และนักศึกษาโรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีทัศนศึกษา
ภาพที่ ๒๒ กิจกรรมโรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรี
ภาพที่ ๒๓ บ้านพักครู โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรี ณ ดอนขังใหญ่
ผู้บริหารยุคโรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรี
โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำจังหวัดราชบุรี หรือ โรงเรียนรัฐบาลกสิกรรมประจำจังหวัดราชบุรี
- นายเนื่อง วีระกลัส ป.ป.ก. ครูใหญ่ พ.ศ. 2468-2470
โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมลฑลแผนกวิชากสิกรรมจังหวัดเพชรบุรี
- นายฮู้ ภิงคานนท์ ป.ป.ก. ครูใหญ่ พ.ศ. 2470
- ขุนจีนศิริศึกษากร (เฮง จีระศิริ) ป.ป.ก. ครูใหญ่ พ.ศ. 2473
โรงเรียนฝึกหัดครูมูล และแผนกฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัด
- นายแช สามชัย ป.ป.ก. ครูใหญ่ พ.ศ. 2474-2478
โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดเพชรบุรี
- นายไกรสีห์ (เซ่งฮวด) สุขสมัย ป.ม.ก. ครูใหญ่ พ.ศ. 2478-2483
- นายบุญช่วย (เซวง) เลี้ยงสกุล ป.ป.ก. รักษาการครูใหญ่ พ.ศ. 2483, 2484
- นายโกวิท ต่อวงษ์ พ.ม. รักษาการครูใหญ่ พ.ศ. 2483
โรงเรียนฝึกหัดครูมูลเพชรบุรี
- นายรัศมี ศรีเสน่ห์ ป.ม. ครูใหญ่ พ.ศ. 2484-2486
- นายไปเล่ สมิตเมฆ ป.ม. ครูใหญ่ พ.ศ. 2486-2493
โรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรี
- นายน้อม บุญดิเรก ป.ม., ธ.บ. อาจารย์ใหญ่ พ.ศ. 2493-2503
- นายเติม จันทชุม ป.ม.ก., กศ.บ., MS อาจารย์ใหญ่ พ.ศ. 2503-2503
- นายพร้อม ปริงทอง ป.ม., ธ.บ. อาจารย์ใหญ่ พ.ศ. 2503-2505
- นายพะนอม แก้วกำเนิด ป.ม., กศ.บ., MS อาจารย์ใหญ่ พ.ศ. 2505-2512
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
บรรรณานุกรม
ล้อม เพ็งแก้ว และคณะ (2531). เกษียณอายุราชการ อาจารย์เสยย์ เกิดเจริญ. เพชรบุรี : วิทยาลัยครูเพชรบุรี.
ชำนาญ งามสมบัติ และคณะ. (2547). ประวัติอาคารมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี. เพชรบุรี : มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี.
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี (2556). ครูผู้สร้าง. เพชรบุรี : มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี.
คณะกรรมการศึกษาประวัติศาสตร์ และพัฒนาการของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี (2559). 90 ทศวรรษ โรงเรียนฝึกหัดครู
สู่มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี. เพชรบุรี : มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี.